คุยกับ “เชย์ลีน วู๊ดลีย์” มารับบทเป็นหญิงแกร่งนักเดินทางที่ไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรค ใน ADRIFT - Mixmaya.Com
  • Home
  • entertainment
  • คุยกับ “เชย์ลีน วู๊ดลีย์” มารับบทเป็นหญิงแกร่งนักเดินทางที่ไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรค ใน ADRIFT
คุยกับ “เชย์ลีน วู๊ดลีย์” มารับบทเป็นหญิงแกร่งนักเดินทางที่ไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรค ใน ADRIFT

คุยกับ “เชย์ลีน วู๊ดลีย์” มารับบทเป็นหญิงแกร่งนักเดินทางที่ไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรค ใน ADRIFT

          เชย์ลีน ไดแอนน์ วู๊ดลีย์ หนึ่งในนักแสดงสาววัยรุ่นที่กำลังมาแรงที่สุดในยุคนี้ เธอเกิดที่ซาน เบอร์นาดิโน รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 1991
เธอเริ่มเรียนรู้การแสดงตั้งแต่อายุ 5 ขวบ จากนั้นก็มีผลงานครั้งแรกด้วยการแสดงละครโทรทัศน์เรื่อง Replacing Dad ในปี 1999 ฝีมือการแสดงของเชย์ลีนพัฒนาขึ้นแบบดีวันดีคืน
จนกระทั่งมาแจ้งเกิดในฮลลีวูดจากภาพยนตร์ดราม่ารางวัลออสการ์สาขาบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมอย่าง The Descendant นอกจากนี้เธอก็ยังเรียกน้ำตาแฟนๆทั่วโลกจากผลงานดราม่าสุดโด่งดังอย่าง The Fault in Our Star
และที่ขาดไปไม่ได้เลยก็คือการรับบท ทริซ ไพรเออร์จากภาพยนตร์แอ็คชั่นแฟนตาซสุดร้อนแรงดัดแปลงจากวรรณกรรมเยาวชนขายดีอย่าง Divergent และ Insurgent

กลางปี 2018 นี้เตรียมพบกับภาพยนตร์เรื่อง ADRIFT เรื่องราวที่จะทำให้คุณอบอุ่นหัวใจจนลืมไม่ลง มันคือเรื่องของจิตวิญญาณมนุษย์ที่สามารถเอาชนะได้ทุกอุปสรรคด้วยพลังแห่งรัก
นำแสดงโดย เชย์ลีน วู๊ดลีย์ (The Fault in Our Stars, เฟรนไชส์ Divergent) และ แซม คาฟลิน (Me Before You, เฟรนไชส์ Hunger Games),

Adrift สร้างจากเรื่องจริงสุดประทับใจของสองหัวใจอิสระที่พบกันโดยบังเอิญ จนเกิดเป็นความรัก นำไปสู่การผจญภัยสุดยิ่งใหญ่ในชีวิตสองนักเดินเรือที่พร้อมจะออกเดินทางข้ามมหาสมุทร ทามี่ โอลด์แฮม (วู๊ดลีย์) และ ริชาร์ด ชาร์ป (คาฟลิน)
ไม่รู้มาก่อนเลยว่าพวกเขากำลังล่องเรือเข้าสู่หนึ่งในพายุเฮอริแคนที่รุนแรงที่สุดลูกหนึ่งในประวัติศาสตร์ หลังจากพายุพัดผ่าน ทามี่ ตื่นขึ้นมาพบว่าริชาร์ดบาดเจ็บสาหัสและเรือของพวกเขาเหลือแต่ซาก
เมื่อไม่สามารถหวังให้ใครมาช่วยได้ ทามี่ต้องหาทางรวบรวมสติและความแข็งแกร่งเพื่อช่วยชีวิตชายคนเดียวที่เธอรัก

ได้ยินมาว่าคุณไม่รู้ตัวด้วยซ้ำในตอนแรกว่ามีบทเรื่องนี้ส่งมาให้?
วู๊ดลีย์ : ฉันได้บททางเมลวันที่ฉันโดนจับ (เพราะไปร่วมประท้วงโครงการ Dakota Access Pipeline อย่างสันติ) มันค้างอยู่ในกล่องเมลฉันอยู่นานหลายเดือนต่อมาเอเย่นต์ฉันถามว่ารู้จักแอรอนกับจอร์แดนไหม ฉันตอบว่า“แน่นอน เราซี้กันที่ฮาวาย”
เขาบอกว่าสองคนนั้นเขียนบทเรื่องนี้แล้วส่งมาให้ฉันทางเมลพวกเขาถามว่าฉันได้อ่านหรือยัง ฉันเลยนึกออกว่าฉันลืมไปสนิทเลย มันค้างอยู่ในกล่องเมลฉันนี่นา!
 

อะไรคือสาเหตุให้คุณตกลงรับบทนี้?
วู๊ดลีย์ : ฉันประทับใจมาก ประทับใจตัวตนของทามี่และเรื่องราวความรักของเธอ ฉันอินกับความเป็นคู่แท้ระหว่างทามี่และริชาร์ด คู่หมั้นของเธอ

การทำงานกับบัลทาซาร์ คอร์มาเกอร์ ผู้กำกับของเรื่องเป็นอย่างไรบ้าง?
วู๊ดลีย์: บัลท์เป็นคนที่ทำงานด้วยสบายใจที่สุดคนหนึ่งในวงการเขามีมุมมองที่เฉียบและเขาพร้อมทำทุกอย่างเพื่อสิ่งที่เขาเชื่อแต่เขาเคารพการตัดสินใจและต้องการให้นักแสดงใส่ความเป็นตัวเองเข้าไป
การที่มีคนแบบนี้ดูแลงานคนที่พร้อมฟังความคิดเห็นของทุกคนมันดีเหมือนได้ของขวัญเลยนะ บทก็เยี่ยมทีเดียวแต่เขาอยากให้ฉันมอบมุมมองส่วนตัวไปด้วย ฉันอยากให้มันออกมาซื่อสัตย์ต่อเรื่องจริงของทามี่
เรื่องราวมันสดใหม่และมีมิติมาก ฉันอยากนำเสนอมันออกมา ซึ่งต้องขอบคุณผู้กำกับมากที่มอบโอกาสนี้ให้กับฉัน เขาช่วยได้เยอะจริงๆ เราซี้กันเร็วมาก เราพึ่งพาอาศัยกันและกัน
มันดีมากที่ได้รู้จักตัวตนของเขานอกเหนือจากในกองถ่าย

ช่วยพูดถึงการทำงานกับ แซม คาฟลิน หน่อย?
วู๊ดลีย์: แซม คาฟลิน เป็นยอดฝีมือ เขาเป็นคนที่ทำงานหนักที่สุด เอื้อเฟื้อ มีจิตใจงดงาม และมองโลกในแง่ดี เขาเป็นคนดีที่สุดคนหนึ่งที่ฉันเคยทำงานด้วย ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง สภาพการทำงานมันไม่ง่ายเลย
เราถ่ายกันในเรือกลางทะเลวันละ 14 ชั่วโมง เขาไม่เคยบ่นซักคำเขาไม่เคยเหนื่อย นอกจากเขาจะเป็นมืออาชีพแบบสุดๆ แล้วเขายังเป็นคนเฮฮาทำงานด้วยสนุก
 

คุณเตรียมตัวรับบทนี้อย่างไรบ้าง
วู๊ดลีย์: ฉันเป็นนักว่ายน้ำอยู่แล้ว ฉันชอบอยู่ในน้ำมาตลอดแต่ฉันไม่เคยฝึกล่องเรือใบเลยฉันใช้เวลาเป็นเดือนก่อนเปิดกล้องอยู่ในฮาวายเรียนรู้การควบคุมเรือประเภทต่างๆ ตอนที่ฉันไปฟิจิฉันออกเรือหนึ่งเดือนเต็มๆก่อนจะเริ่มทำงานกัน นอกจากนี้ฉันอ่านหนังสือที่เธอเขียน
ฉันอ่านมันหลายรอบเลยเพราะฉันอยากเข้าใจมุมมองของเธอซึ่งหนังสือมันเหมือนเข็มทิศให้ฉันเลยทุกครั้งก่อนเข้าฉากฉันต้องเปิดหนังสืออ่านไปพร้อมกับบทเพื่อความชัวร์

แล้วการถ่ายทำเป็นอย่างไร ได้ยินมาว่าลำบากใช่เล่น โดยเฉพาะฉากที่คุณต้องโดดหน้าผา?
วู๊ดลีย์: มันไปลำบากมากเลย เราต้องเดินขึ้นเขา 25 นาทีแล้วต้องขึ้นแพล่องแม่น้ำต่ออีกมันเหมือนไปพักผ่อนกับครอบครัวเลยถ้าทีมงานไม่ได้ขนกล้องมาเต็มลำเรือเราคุยกันเรื่องเตรียมการความปลอดภัย ทีมงานบอกฉันว่า “พอคุณอยู่ในน้ำ
ถ้าคุณโดนกระแสน้ำพัด คุณต้องทำแบบนี้ ลอยไปให้ถึงจุดที่เราเตรียมช่วยไว้”มันสนุกมากเลย ทุกอย่างออกมาดีกว่าที่คิดภาพไว้อีก
คุณชอบฉากไหนที่สุดในเรื่อง?
วู๊ดลีย์: มีหลายฉากเลยทีเดียว ฉันเลือกไม่ถูกหรอก มันมีฉากนึงเราอยู่กันบนเรือรอบตัวเรามีปลาโลมาเป็นร้อยๆ ตัวเลย มันมหัศจรรย์มาก มีอีกฉากที่เราเดินขึ้นเขาบนเกาะร้างห่างไกลความเจริญ
วิวทะเลตัดกับท้องฟ้ามันสวยแบบที่ฉันจะไม่มีวันลืมแม้แต่วันที่ฉันเมาคลื่นจนอ้วกฉันก็ยังรักมัน ประสบการณ์ที่ฉันมาฟิจิครั้งนี้มันล้ำค่ามาก วัฒนธรรมที่นี่ไม่เหมือนที่ไหนในโลก

เตรียมพบกับเรื่องจริงของความรักอันแข็งแกร่งที่ปะทะทุกอุปสรรคชีวิต ฟันฝ่าพายุรักไปกับพวกเขาใน ADRIFT: 26 กรกฎาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

 

Comments

entertainment

VDO Update

Merigin

Related Post