Deus Ex Machina หรือชื่อที่คุ้นหูของใครหลายคนว่า "Deus" คัลท์แบรนด์ไลฟ์สไตล์และขบถทางวัฒนธรรมจากออสเตรเลีย จับมือกับ Moto Guzzi สุดยอดสองล้อแฮนด์เมดสัญชาติอิตาเลี่ยนสุดคลาสสิค ร่วมจัดกิจกรรมความสนุกตามฉบับของ Deus ในงาน "Deus Ex Machina & Moto Guzzi Present Lorm Pha Film & Art Night" ที่จะให้เหล่าทุกคนได้ร่วมสนุกและสัมผัสวัฒนธรรมนอกกรอบ พร้อมดำดิ่งสู่ห้วงแห่งความคิดสร้างสรรค์แบบไร้ขีดจำกัดผ่านหนังสั้นและศิลปะซึ่งเป็นหนึ่งในอัตลักษณ์ของแบรนด์ที่ผสานเข้ากับความเป็นไทยอย่างลงตัว
ภายในงานฉายหนังสั้น 2 เรื่องในรูปแบบ Ride-In Cinema พิเศษไปกับการถ่ายทอดงานศิลปะผ่านความสนุกจากสองล้อและ Longboard ใน Live Painting โดย Paul McNeil ศิลปินอัลเทอร์เนทัฟด้วยชิ้นงานสะดุดตา พร้อมด้วย Deus Art Exhibition สตรีทฟู้ดส์ เกม ดีเจ ปาร์ตี้ และ Pop-Up Store จาก Deus ให้แฟนๆ ได้เลือกช้อปปิ้งและสุดพิเศษกับเสื้อยืดที่ผลิตขึ้นเฉพาะงานนี้เท่านั้น นอกจากนี้ยังเป็นการเผยโฉมครั้งแรกของสุดยอดมอเตอร์ไซค์คลาสสิคระดับตำนานของอิตาลี Moto Guzzi V7 III Carbon Shine Limited Edition โดยงานนี้จัดขึ้นที่ ACMEN เอกมัย คอมเพล็กซ์ ซ.เอกมัย 15
นอกจากหนังสั้นแล้ว อีกหนึ่งไฮไลท์ในงานนั่นคือการแสดง Live Painting บนรถ Piaggio Ape และ Surfboard ครั้งแรกโดย Paul McNeil ศิลปินชาวออสซี่ผู้สร้างสรรค์ชิ้นงานที่ไร้ขอบเขตจากเส้นคล้ายเกลียวคลื่นและดวงตากลมโตสีเหลืองอันเป็นเอกลักษณ์ โดยครั้งนี้เขามาพร้อมคอนเซ็ปต์ Italian - California Beach ในยุค 70 ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการขับขี่ในแบบฉบับอิตาเลี่ยน ผสานเข้ากับบรรยากาศของความสนุกที่ไร้ขอบเขตบนชายหาดแคลิฟอร์เนีย
สำหรับไฮไลท์อื่นๆ ในงานยังอัดแน่นไปด้วยจุดถ่ายรูปเท่ๆ ที่ให้บรรดาแฟนๆ ที่ขี่มอเตอร์ไซค์เข้าร่วมงานได้ถ่ายภาพกับรถของตัวเอง และขี่มอเตอร์ไซค์เข้าไปจอดในงานพร้อมรอชมภาพยนตร์สั้นได้ทันที ในงานยังมี Deus Art Exhibition แสดงคอลเลกชั่นโปสเตอร์เท่ๆ สร้างสรรค์โดย Carby Tuckwell, Creative Director แห่ง Deus พร้อมด้วยห้องฉายโลโก้หลากหลายรูปแบบจาก Deus ให้แฟนๆ ได้เข้าไปถ่ายรูปเป็นที่ระลึก
นอกจาก Art & Film แล้ว ยังได้เนรมิตงานวัดย่อมๆ พร้อมเกมความสนุกต่างๆ อาทิ เกมปากระป๋อง ยิงปืน และปาลูกดอกลุ้นรับของรางวัลพิเศษจาก Deus ทั้งนี้แฟนๆ ผู้เข้าร่วมงานสามารถเลือกซื้อสินค้าคอลเลกชั่นที่รับการออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่องานนี้เท่านั้นและมีจำนวนจำกัดพร้อมราคาพิเศษ เติมเต็มบรรยากาศสนุกด้วยเสียงดนตรีจาก DJ Tom Funky Gangster ที่คัดสรรสุดยอดเพลงจากแผ่นไวนิล ลิ้มรสกับความอร่อยอย่างมีสไตล์แบบย้อนเวลา อาทิ ปลาหมึกบด ข้าวเกรียบว่าว กาแฟรสเข้มกลิ่นหอมละมุน รวมถึงยาดองออแกนิคที่รังสรรค์ขึ้นมาเป็นพิเศษสำหรับงานนี้เท่านั้น
นอกเหนือไปจากกิจกรรมความสนุกในสไตล์ Deus แล้ว โมโตกุซซี่ สุดยอดมอเตอร์ไซค์ระดับตำนานจากอิตาลีที่ในงานนี้เป็นผู้สนับสนุนหลักของกิจกรรมยังได้เผยโฉม Moto Guzzi V7 III Carbon Shine Limited Edition ที่มาในมาดเท่กับรูปทรงคลาสสิคอันเป็นเอกลักษณ์ โดดเด่นและสะกดทุกสายตาไปกับวัสดุโครมเมี่ยมที่ประกอบขึ้นอย่างปราณีตตามจุดต่างๆ ผสานเข้ากับสไตล์เฉพาะและการใช้วัสดุตกแต่งแบบคาร์บอนไฟเบอร์ที่มีความทันสมัยและดูหรูหราในทุกมุมมองของตัวรถ เสริมความเป็นเอกลักษณ์ด้วยการสลักหมายเลขลำดับการผลิตของมอเตอร์ไซค์ไว้ที่โครงยกแฮนด์ โดยผลิตขึ้นเป็นจำนวนทั้งสิ้น 1,921 คัน เพื่อสื่อถึงปีต้นกำเนิดของแบรนด์คือปี ค.ศ.1921 ด้วยการออกแบบอันลงตัวและประณีตเสมือนเป็นงานศิลปะชิ้นเอกนี้ Moto Guzzi V7 III Carbon Shine Limited Edition จึงอยู่ในราคา 675,000 บาท
ติดตามข่าวสารของ Deus Ex Machina ได้ที่เฟซบุ๊ก Deus Thailand และติดตามโมโต กุซซี่ ได้ที่เฟซบุ๊ก Moto Guzzi Thailand



Comments