
Q. เรากำลังจะได้ชมภาค2กัน อยากให้เล่าถึงเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นในภาพยนตร์เรื่องขุนพันธ์ 2
ก้องเกียรติ : คือจริงๆแล้วเรื่องราวของท่านขุนพันธ์มีหลายๆการปราบโจร อย่างภาคที่แล้วเริ่มต้นการปราบโจรอัลฮาวียะลู ก็คือโจรภาคใต้
ส่วนภาคนี้เป็นเรื่องราวหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้เกิดข้าวยากหมากแพง แล้วก็เกิดการเอารัดเอาเปรียบสูงมาก จนเกิดคดีซึ่งโด่งดังมากในสมัยนั้นคือคดีของโจรเชิ้ตดำในจังหวัดสุพรรณบุรี
แล้วอาณาเขตอิทธิพลมันครอบคลุมภาคกลางทั้งหมด และเป็นคดีทีไม่มีตำรวจคนไหนเข้าไปจัดการได้ เมื่ออำนาจของตำรวจอ่อนแอ ขุนพันธ์จึงถูกเรียกตัวเข้ามาทำในภารกิจครั้งนี้ เพราะฉะนั้นในขุนพันธ์ 2
ก็จะเป็นภาคปราบโจรสุพรรณ หลักๆก็จะมี เสือฝ้าย (ผู้พันเบิร์ด พันเอกวันชนะ สวัสดี) , เสือใบ (เป้ อารักษ์ อมรศุภศิริ) เขาเรียกว่าเป็นคู่หู เสือใบจะเป็นลูกน้อง
เสือฝ้ายจะมีอิทธิพลใหญ่โตมาก ทั้งสองคนมีทั้งเล่ห์เหลี่ยม อิทธิพล ฝีมือการต่อสู้ วิทยาอาคม สำคัญกว่านั้นก็คือชาวบ้านรักพวกเขา เพราะว่าเขาปล้นคนรวยช่วยคนจน
และตอนนั้นเป็นช่วงเวลาที่คหบดี คนรวยๆ ข้าราชการล้วนเอาเปรียบประชาชนชาวบ้านกันหมด มันเป็นยุคที่สิ้นหวังเมื่อกฎหมายอำนาจของความถูกต้องคุณธรรมมันไม่มีราคา
เขาถึงต้องหันไปพึ่งพาคนที่ให้อะไรกับเขาได้ ไม่มีใครรู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นโจรเชิ้ตดำ ทุกคนก็ปิดข้อมูลของเสือฝ้ายเสือใบไว้หมด
ขุนพันธ์ก็ยึดมั่นในคุณธรรมการเป็นตำรวจที่ดีมาตลอดเวลา เขาค่อนข้างเป็นคนตรงและก็ยอมหักไม่ยอมงอ คือขุนพันธ์ จะพูดเสมอว่า ถ้ามึงเลิกเป็นโจรและมอบตัว หรือกลับตัวเป็นคนดี หรือไปบวชซะ เขาจะจับเป็น
ขุนพันธ์ไม่ได้พูดกับโจรเท่านั้น ขุนพันธ์พูดกับทุกๆคน แม้ว่าจะเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง ไม่ว่าจะเป็นใครเมื่อคุณทำผิดผมจะต้องจับ
ขุนพันธ์ถูกบัตรสนเท่ห์ และก็ถูกกลั่นแกล้งในระบบข้าราชการที่มันนบอบบางในสมัยนั้นจนทำให้ถูกพักราชการ ขุนพันธ์คิดที่จะจัดการกับกลุ่มโจรเชิ้ตดำ
เขาค้นพบว่าเฮ้ยมันกลับด้านกันละ สิ่งที่เขายึดมั่นมาตลอด ศรัทธานี้มันโดนสั่นคลอนคราวนี้ แล้วความดีมันอยู่ตรงไหน มันจะเกิดอะไรขึ้นในเมื่อความดีมันผิดกฎหมาย
คนที่เคยเชื่อมั่นความดีที่สุดอย่างตัวขุนพันธ์ก็กำลังจะไร้สิ่งยึดเหนี่ยว เขากำลังบอกว่าเขาเป็นมนุษย์แบบไหนในประเทศนี้ ทุกๆอย่างที่ทำให้ขุนพันธ์เลือกที่จะเข้าไปเป็นฝั่งโจร เลือกที่จะยืนอยู่ฝั่งของผู้ร้าย
มันจะเกิดคำถามหลักๆในภาคนี้ว่า แล้วตำรวจดีมันยังมีอยู่มั้ย ในเมื่อคนอย่างขุนพันธ์เป็นตำรวจที่ขึ้นชื่อว่าเป็นตำรวจที่ดีที่สุด หมดศรัทธาในความดี บ้านเมืองจะเป็นยังไง นี่คือไอเดียหลักๆที่เราใช้วาง
Q. ในประวัติของท่านขุนพันธ์คือนายตำรวจเพียง1เดียว ที่ปราบโจรกำราบเสือที่โด่งดังมากที่สุดในประเทศนี้ ทำไมถึงเลือกเอาสตอรี่ของเสือใบและเสือฝ้ายมานำเสนอในภาคที่2นี้
ก้องเกียรติ : ท่านปราบผู้ร้ายเยอะมากแต่ทุกๆการปราบของท่าน เรารู้สึกว่าท่านเติบโตขึ้น ท่านเติบโตด้วยวุฒิภาวะ ด้วยพลังวัด พลังปัญญา บททดสอบที่มันหนัก ในเรื่องจริงการปราบเสือภาคกลางเป็นไฮไลท์สำคัญ
จริงๆเสือภาคกลางก็จะมีหลายท่านนะ ในภาคนี้จะมี เสือใบ เสือฝ้าย มันจะมีเสือมเหศวร เสือดำ เสือย่อม อีกหลายเสือที่ขุนพันธ์มาจัดการ แต่ด้วยภาคนี้เราใช้วิธีการสโคปเอาแค่เสือฝ้ายกับเสือใบ
เพราะรู้สึกว่าสองคนนี้เป็นไฮไลท์ เสือฝ้าย ถูกขนานนามเรียกกันว่าจอมพลฝ้าย ชาวบ้านยกย่องให้เขาเป็นเหมือนผู้นำ ผู้นำที่ติดอาวุธ และมีกองกำลังเป็นของตัวเองครบเครื่องครบทั้งในเรื่องบารมี เล่ห์กล ความสามารถในการต่อสู้ วิชาอาคม
เสือใบในภาคนี้ก็เป็นคนพลิ้วไหว อัธยาศัยดี เขาเป็นคนสนุกและเขาเก็บงำอะไรบางอย่างไว้ข้างในชีวิตตัวเองเยอะมาก ซึ่งมันมีดีเทลสนุกๆหลายตอนมากในความเป็นจริง ต้องบอกก่อนว่าหนังเรื่องนี้ เราไม่ได้หยิบเอาความจริงทั้งหมดมานะ
มันเป็นแรงบันดาลใจมาสร้างต่อเพื่อความบันเทิงนี่แหละ ในความเป็นหนังเป็นภาพยนตร์มันก็ต้อง คือหนังเรื่องนี้เราพูดมาตั้งแต่ภาค 1 แล้วว่าหนังขุนพันธ์ ไม่ได้ถูก ดีไซน์มาว่าให้เป็นสารคดีชีวประวัติ
แต่เป็นภาพยนตร์เพื่อความบันเทิง และตัวละครหลายๆตัวถูกสมมติขึ้นเหตุการณ์หลายๆเหตุการณ์สมมติขึ้น ถ้าบังเอิญไปตรงกับเหตุการณ์จริงก็เรียกว่าบังเอิญครับ

Q. ถ้าต้องให้คำจำกัดความหรือนิยามในความเป็นภาพยนตร์ของ “ขุนพันธ์2”
ก้องเกียรติ : หนังบู๊แบบไทยๆมันมีเสน่ห์บางอย่างอาจเพราะว่าเราเดินทางกับภาพยนตร์ไปต่างประเทศเยอะมาก และเราก็ชอบหนังแขก เราชอบหนังสเปน ตรงที่มันมีรสชาติของมันเราชอบอะไรที่มันมีอัตลักษณ์
ซึ่งเราไม่รู้ว่าใครเห็นค่ามั้ยแต่เราชอบ เราไม่ได้นิยามหรอกว่ามันคืออะไร แต่ว่าสัญญากับทีมงานกับทุกคนว่า เฮ้ยเรามาทำหนังระเบิดภูเขาเผากระท่อมชั้นดีกันมั้ย
ทำไมมันต้องตายไปกับวันเวลา หนังเรื่องนี้เนี่ยหลายๆครั้ง เราจะซ่อนนักแสดงหรือว่าตัวประกอบบางคนที่เขาเป็นอดีตดารานักบู๊ ซึ่งมันคือการทำเพื่อคาราวะกันในสถานะคนทำงาน
เราจะทำให้สกุลหนังบู๊ภูธรมันอยู่ในรูปแบบการทำงานโปรดักชั่น วิธีคิดที่ดีที่แหลมคม และสำคัญที่สุดความบันเทิงเป็นที่ตั้ง นอกจากนั้นหนังมันต้องสะท้อนปัจจุบันได้
ต่อให้มันเป็นพีเรียดก็เถอะ ทุกวันนี้โลกเทคโนโลยีจะไปไหนก็แล้วแต่แต่ทั้งหมดมันมีราก ทำให้หนังมันนจะrelatedกับความรู้สึกหลายๆอย่างในปัจจุบันที่คนกำลังเจอกันอยู่
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือคนที่ยึดถือในความดีก็สั่นคลอน ไร้สิ่งยึดเหนี่ยวผมก็พึ่งมานั่งค้นพบว่าเฮ้ยของแบบนี้มันไม่ได้พึ่งมีมันมีมานานมากแล้วสิ่งที่ขุนพันธ์ทำก็คือ เชื่อในสิ่งที่คุณเชื่อ ด้วยปัญญาเป็นที่ตั้ง
ภาพยนตร์ขุนพันธ์นี่ถูกห่อหุ้มไปด้วยความเป็นภาพยนตร์แอคชั่นเหนือจริงแฟนตาซี แต่ในลึกๆหรือแก่นของมันจริงๆของเรื่องนี้มันคือสิ่งที่เรากำลังจะพูดว่าเราเลิกศรัทธาไม่ได้ ต่อให้สังคมจะล่มสลาย คุณต้องทำต่อไป ตัวผมเองผมก็ทำแบบนั้น
ผมมีชีวิตต่อไม่ได้ถ้าผมไม่เชื่ออะไร เพียงแต่ว่าสิ่งที่เราเชื่อมันไม่ได้เป็นอย่างงั้นเสมอนั้นคือการเติบโต เหมือนกับสิ่งที่ขุนพันธ์รู้ว่า เฮ้ย บางทีความดีไม่ดีไม่ได้มีเหลี่ยมเดียว
และในคนดีก็ไม่ได้แปลว่ามันจะขาวไปหมดในคนเลวมันก็ไม่ได้แปลว่ามันจะเลวไปหมด มันก็มีเหลี่ยมมุมที่เราจะเปิดหูฟังเปิดตามองเพราะทั้งหมดคือสังคม
Q. นอกจากตัวผู้กำกับทีมงานที่ระดมขนกันมาจากภาคแรกแล้วคนที่จะกลับมาสวมบทบาทเป็นขุนพันธ์จะเป็นใครไปไม่ได้ ซึ่งก็คือ อนันดา เอเวอริงแฮม ตัวเลือกเดียวของขุนพันธ์
ก้องเกียรติ : ใช่ครับคือผมว่าอนันดาลงลึกแล้วเราทำงานกันมาเยอะนะครับวันแรกที่เราเจอกันอีกทีในภาคนี้ ตาผมเหลือบไปมองเขายังห้อยรูปขุนพันธ์อยู่ตรงคอเขาอยู่ตลอดเวลา เราพูดกับอนันดาว่าขอบคุณมาก
ที่ยังทำสิ่งนี้อยู่ เราเชื่อว่าทุกครั้งที่เราทำเราจะนึกถึงท่านเสมอไม่ใช่แค่ตัวทีมงานรวมถึงตัวอนันดาเองก็เถอะ ทุกครั้งที่เราไปไหว้เราสัญญาอะไรกับเขาไว้เราต้องทำ
และเราเห็นสิ่งนี้อยู่ในตาเขาในทุกแอคชั่น การทำหนังแอคชั่นสักเรื่องมันเหนื่อยมากๆ มันชื่นใจเวลาที่หันกลับไปมองนักแสดง และก็ยังมีคนที่เขายังเอาอยู่กับเรา
คือดีกรีความหนักเหนื่อยมันไม่ลดลงเลย มันเจ็บตัวมันมีความผิดพลาดกันเสมออุบัติเหตุมันเกิดขึ้นตลอดเวลา แต่ตั้งแต่ภาคที่แล้วทั้งอนันดาทั้งพี่น้อยคือใส่เต็มที่เราต้องขอบคุณเขานะ
เหมือนสองคนนั้นเขาวางมาตรฐานการแสดง และการทุ่มเทบางอย่างไว้ในหนัง พอมาเป็นภาค2 มันทำให้อนันดาหรือเป้เอง ต้องใส่เต็ม เขาทุ่มเท ต่อให้เหนื่อยเราท้อ
เราท้อกันเป็นร้อยรอบนะหนังเรื่องนี้ แต่ไม่เห็นบ่อยในหนังหลายๆ บางทีเป้เจ็บเป้นี่สู้เข่าเจ็บข้างหนึ่งไม่เคยบ่นเลย มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เขาก็ต้องวิ่งไป และเขาก็ต้องเซฟตัว แม็กกี้(อาภา ภาวิไล) เราได้ยินเสียงร้องโอ๊ยดังลั่น
ฉากวิ่งฝ่าระเบิด ฉากนั้นใจหายทั้งคู่ แต่สิ่งที่มันน่ากลัวกว่า หันมาอีกมอนิเตอร์หนึ่ง อนันดาวิ่งเข้าใส่ระเบิด ระเบิดอยู่ข้างตัวเขาห่างอยู่ประมาณฟุตครึ่งอะ ตู๊ม!
หวิดนิดเดียวเอง ใจหาย เป็นซีนที่ใจหาย พอเสร็จแล้วทุกคนรีบวิ่งไปดู ภาพที่เห็นคือแทนที่นักแสดงแทนที่มันจะเจ็บมันลุกขึ้นมาแล้วมันวิ่งออกมามอนิเตอร์แล้วบอก ขอเพลย์แบล็คดูหน่อย
ว่ามันได้ภาพอย่างที่พี่อยากได้มั้ย ไม่ได้เอาใหม่ได้นะพี่ โอ้โห ไอ้เราแบบซื้อใจกันนะ

Q. ในภาค 2 เราจะได้เห็นพัฒนาการของตัวละครขุนพันธ์ที่แตกต่างจากภาคแรกอย่างไรบ้าง
ก้องเกียรติ : ต้องมีพัฒนาการขึ้นแววตาของคนที่โตขึ้น อนันดาเองก็โตขึ้น มันเป็นดวงตาของคนที่เราพึ่งพาเขาได้ ดวงตาของตำรวจคนหนึ่งตาของคนจริงใจภายใต้ความดุ ความเอาจริง
ยอมหักไม่ยอมงอ เราบอกอนันดาว่ามันต้องมีเมตตาสำคัญกว่าอำนาจคือเมตตาจะทำให้คุณคอนโทรลอำนาจนี้ได้ เพราะฉะนั้นมันเล่นสองชั้น มันมีมิติของการเข้าใจเห็นใจ
Q. พูดได้ว่าเป็นเซอร์ไพรส์ภาคนี้ ผู้พันเบิร์ด และเป้ อารักษ์ มารับบทคู่ปรับของขุนพันธ์
ก้องเกียรติ : เราตั้งใจให้จักรวาลของเรื่องขุนพันธ์ความสนุกอยู่ที่มันเป็นเซอร์ไพรส์ทุกๆภาคไปว่าขุนพันธ์จะปราบใคร ใครจะมาเป็นโจร
ภาคที่แล้วพี่น้อยก็ทำไว้ได้ดีมากจนรับรางวัลไป ภาคนี้มันก็กดดันนิดหนึ่งว่าใครจะรับบทเป็นโจร แต่ว่าอันนี้เราถูกวางไว้ภาคที่แล้ว คือเป้มาเป็นเสือใบ ทำไมถึงเลือกเป้
เพราะตัวละครเสือใบในภาคนี้มันคนละคาแรคเตอร์กับพี่น้อยในภาคที่แล้ว เสือใบร่าเริง พลิ้วไหวเป็นเอนเตอร์เทนเนอร์ชั้นดี เจ้าชู้ นักพนัน เจ้าเล่ห์ มีของ
และก็ไม่ได้ดุแบบแนวdeepนะ เราเคยทำงานกับเป้มาในเฉือนเรารู้สึกว่าผู้ชายคนนี้มีวิธีคิดที่ลึกซึ้ง มีมิติอื่นอยู่ในนั้นในคนเดียวกัน ติดต่อกันมาตั้งแต่ภาคที่แล้ว
ส่วนพี่เบิร์ด ตอนแรกเรายังไม่ได้เสือฝ้ายก็หากันมาว่าใครดีต้องเป็นคนที่แบบอย่างที่บอกเขาเรียกว่าจอมพลฝ้าย คนที่มีคาแรคเตอร์ความเป็นผู้นำได้ ดุ เอาจริงได้ ในขณะเดียวกันก็เป็นพ่อได้
เมตตาได้ มีอำนาจและร้ายในเวลาเดียวกัน ก็ลงตัวที่พี่เบิร์ดนี่แหละ ฉากเวลาที่พี่เบิร์ดบู๊นี่ เหมือนหมีทุบกันตุ๊บตั๊บๆ เราชอบแววตาโครงสร้างหน้าพี่เบิร์ดเนี่ยเท่ห์มาก
เรื่องอาณาจักรของจอมโจรเชิ้ตดำ เสือฝ้ายนี่ก็เป็นคนมากบารมีเขาจำเป็นต้องเด็ดขาดมีวิธีการในการดูแลทุกๆคนได้ขึ้นชื่อว่าเสือเนี่ยเขาไม่ใช่คนใจดีอะไรนะ ออกจะเป็นนักการเมืองด้วยซ้ำ
แต่ว่ามันเป็นการเมืองอีกรูปแบบหนึ่ง มันมีโรงเรียน โรงหมออยู่ในนั้น เราวางวิชาอาคมในเรื่องนี้ แต่ละคนนอกจากเรามีรีเสิร์ชว่ามันเป็นตามนั้นจริงๆแล้วเนี่ย
เรายังวางให้วิชาเป็นไปตามคาแรคเตอร์ของแต่ละคนด้วย อย่างเสือฝ้ายเนี่ย ข้างหน้าเสือฝ้ายจะสักเป็นรูปช้างเอราวัณคือพลังช้างสาร เขากระทืบแผ่นดินหนึ่งทีเนี่ยคนมันหยุด บางอย่างที่อยากจะยิงปืนยิงเท่าไหร่ก็ยิงไม่ออก
ข้างหลังจะสักเป็นรูปท้าวเวสสุวรรณ แปลว่าเขายิงไม่เข้า เพราะฉะนั้นเขามีพลังและมีการป้องกันที่ดี เสือใบนี่บอกไปแล้วว่า เสือใบเป็นความพลิ้วไหวรวดเร็ว แคล้วคลาด
เสือใบเนี่ยจะมีรอยสัก เขาเรียกว่ามือธนู กับปืนนี่เขาเรียกว่าวิชากระสุนคตเขาเล็งใครไว้ก็แล้วแต่ กระสุนคตก็จะวิ่งไปที่หัวคนที่เขามองทุกๆคนแต่มันก็มีเงื่อนไขนะ ถ้าเขาไม่เห็นตัวกระสุนมันก็ไปไม่ถูกที่ หลบไวว่องไว
แคล้วคลาดกับสิ่งต่างๆ ขุนพันธ์เนี่ยคงกระพันชาตรี แต่เสือใบ โดนแทงก็เข้าโดนยิงก็เข้า เขาจะมีตะกรุดแคล้วคลาด เมื่อไหร่ที่เขารูดตะกรุดนี้มาอยู่ข้างหน้ากระสุนมันจะเบ้ไปทางอื่น
เมื่อไหร่ที่เขาวิ่งหนีเขาจะปัดตะกรุดไปด้านหลังกระสุนมันก็จะออกไปทางอื่น
Q. เราจะได้เห็นขุนพันธ์เข้าไปเป็น 1 ใน 3 เสือด้วย พร้อมกับการตั้งคำถามที่ว่าแล้วเสือ 3 ตัวจะอยู่ถ้ำเดียวกันได้จริงเหรอไม่
ก้องเกียรติ : คือภาคนี้มันสนุกตรงที่มี เสือฝ้าย เสือใบ มีขุนพันธ์เข้าไปร่วมเป็นโจรเป็นหนึ่งในสมาชิกเชิ้ตดำ
ซึ่งมากคาถาอาคมสามคนนี้ซื้อใจกัน ดื่มน้ำสาบานร่วมกันเป็นพี่น้องกัน กลายเป็นสามคนที่ไม่มีตำรวจคนไหนเอาอยู่แล้ว
Q. การทำงานร่วมกับผู้พันเบิร์ดเป็นอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับภาพลักษณ์ที่เปลี่ยนไปมาเป็นเสือฝ้าย
ก้องเกียรติ : เอาง่ายๆคือตรงกันข้ามหมดเลยครับ แม้กระทั่งวิธีการแสดงเราจะเลือกไม่ให้อยู่ในร่องเดิมที่เขาเคยเล่นมา เราจะทักกันเสมอเสือฝ้ายไม่ได้พูดแบบนี้นะ แน่ๆคือคาแรคเตอร์ที่มันแตกต่าง
จากคนดีขนาดนั้นกลายมาเป็นโจรเบอร์ใหญ่ ด้วยความที่พี่เบิร์ดเขาเป็นทหารม้า แน่นอนว่าอันนี้ใครก็สู้เขาไม่ได้ เขาถือปืนไม่ต่างจากถือดาบ เขาขี่ม้ามือเดียวก็ได้ขี่ไปยิงไป ควบยกหน้า ทำได้หมด ภายใต้ความดุเดือดในการถ่ายทำ
ก็จะมีการอำกันตลอดเวลา อย่างพี่เบิร์ดพูดออกมาว่าเราจักปล้นมันกลายเป็นพระนเรฯ อนันดากับเป้ ก็จะพูดตอบ พระพุทธเจ้าข้า คือมันก็จะเป็นการอำแบบนี้กันมากกว่า แต่แสดงกันนี่จริงจังจะเป็นจะตาย

Q. เป้ อารักษ์ ก็ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้มีโอกาสมาสวมบทเป็นเสือใบ แอคชั่น ขี่ม้ายิงปืน ซึ่งเป็นความฝันของเขา
ก้องเกียรติ : เราไม่ได้อยากจะหยิบใครมาเล่นก็ได้นะ มันมีบริบทที่รองรับแล้วเป็นไปได้ สุพรรณคนจีนเพียบเลย หนึ่งไทยแล้วมันจะต้องดำปิดปี๋กันทุกคนเหรอ
ตัดปัญหาเรื่องตี๋ออกไปเลย สองเป้ทุ่มเททุกอย่าง แม้กระทั่งเรื่องขี่ม้ามันอธิบายออกมาหมดในแง่ของการทำงานเป้ไม่เคยหยุดส่งคลิปการควงปืนอยู่ที่บ้าน
ไปหัดขี่ม้าควบม้าเองครั้งหนึ่งที่แบบว่า เป้ไปหัดขี่ม้าแล้วม้ามันไม่หยุดเป้มันก็ไม่หยุดมันก็อัดกันไป ถ้าใครเคยทำงานกับม้า จะรู้ว่าม้าเป็นสัตว์ขี้แกล้ง
และจะวัดคนว่าควรค่าแก่การขี่มันมั้ย มันเอาเป้อยู่บนหลังเบียดต้นไม้ กระแทก วิ่งไปเร็วๆแล้วก็อัดกับต้นไม้อัดไปๆเพื่อจะให้ตกเป้ก็ควบจนมันหยุด
เหลืออีกนิดเดียวจะชนกำแพงแล้วม้าหยุด ซึ่งครูพี่แอ้นท์ (แอ้นท์ ม้าทมิฬ-วัชรชัย สุนทรศิริ) เขาก็เป็นเซียนคนหนึ่งในประเทศนี้แล้ว ก็ควบตามไป คือเขารู้ละว่ามันวัดใจ
คือถ้าเป้ถอดใจตกลงมาตรงนั้นม้าตัวนั้นจะไม่เอาเป้เลย เป้มันไม่กลัวมันทำทุกอย่างที่เรียนมา มันคือการที่คุณได้แสดงแล้วว่าคุณเอาจริง
แล้วเป้ฝึกศิลปะการต่อสู้ทุกอย่างเขาอยากจะทำมันให้ดีที่สุด ดีไซน์แม้กระทั่งเสียง ข้อดีของเขาคือรู้จักการพูดวางเสียงยังไง เสียงมันจะแหลมๆซ่าๆ
มันจะกวนหน่อยเราก็ชอบ ส่วนใหญ่เราจะบอกแค่Deepของตัวละครบอกที่มาที่ไปและเราก็จะปล่อยเขาไปทำการบ้าน หรือบางอย่างเป้ไปฝึกมาตั้งนานละ
ตั้งแต่ยูโด ควงปืนจะควงแบบไหนส่งreferenceให้เราดูตลอดเวลาอย่างไอ้ที่ขาเจ็บอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะยูโดนี่แหละ แต่ว่ามันก็ได้ถูกใช้ตั้งแต่ภาคแรกที่เราติดต่อเขา ถ้าเราดูท้ายภาคแรกเราจะเห็นเป้ควงปืน
หลังจากนั้นเขาก็ไปหัดควงมาสามปีคือเป้ผ่านการหัดมาจนชำนาญแล้วจนนิ้วเขาแข็งแรง อย่างในภาพที่เราเห็นในหนังเป็นภาพแสนเท่ห์ ควบม้ากันไปสโลว์ๆเนี่ยะ
ทุกคนบ่นเจ็บก้นกันมาก มันจะมีอยู่ฉากหนึ่งที่พวกเสือเสือฝ้าย เสือบุตร์ เสือใบขี่ม้าแล้วก็มีทับทิมนั่งข้างหลัง แล้วก็ต้องควบผ่านน้ำไปควบไปอย่างเท่ห์

Q. ตัวละครในภาพยนตร์เรื่องขุนพันธ์2 ก็ยังมีอีกหลายตัวละครที่น่าสนใจ มีใครรับบทอะไรบ้าง
ก้องเกียรติ : อีกตัวละครสำคัญในเรื่องก็คือ วุฒิ (นันทวุฒิ บุญรับทรัพย์) เป็นตำรวจร้อยเอกอัศวิน เป็นอดีตเสรีไทยจบมาจากสหรัฐอเมริกา หัวนอก
ไม่เชื่อเรื่องคาถาอาคมเชื่อเรื่องของยุทธวิธีอย่างเดียว คือเมื่อขุนพันธ์กลายมาเป็นโจรนายตำรวจคนนี้นี่ แหละมาล่าหัวขุนพันธ์เป็นตัวร้ายในเรื่องของการตัดสินใจอำมหิตอยู่สูงมาก
เป็นความเจริญที่มันหม่นดำที่สุดภายใต้ยูนิฟอร์มที่ถูกต้อง จะมีความcontrast ภาคที่แล้วพี่น้อยจะรับด้านมิติดราม่า และก็จะมีเดี่ยว ชูพงษ์จะมาเป็นตัวแอคชั่น
แต่คราวนี้มันรวมอยู่ในตัววุฒิตัวเดียว แอคชั่นนี่วุฒิถึงไหนถึงกันอยู่แล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่เราว่าคนไม่ค่อยมองเห็นเขาเป็นเด็กที่มีการแสดงแอคชั่นที่ดี
เมื่อเราใส่คาแรคเตอร์ให้มันถูกที่ถูกทางให้แก่เขา มันเป็นตำรวจที่แสบแน่นอนแล้วเราก็จะมีการดีไซน์ในเรื่องเขาจะต้องมีใบหน้าที่จากดีไปไม่ดี
มันก็ยิ่งเสริมคาแรคเตอร์ให้เขาได้เห็นชัดเจนมากขึ้นคือตัวละครอัศวินอยากได้อะไรมันต้องได้ ไม่เกี่ยงวิธีการ เขาเก็บหมดไม่มีเมตตาใดๆทั้งสิ้น
แล้วถ้าเขาเก็บตำรวจอย่างขุนพันธ์ได้ยิ่งมีพาวเวอร์สูงขึ้น มันยากนิดหนึ่งตรงที่มันมีเหตุที่ทำให้อัศวิน ต้องถูกไฟไหม้ทั้งตัว ลุกท่วมตัวแต่รอดชีวิตมาได้
มันคือการถูกเมคอัพทั้งตัวเป็นแผลเลอะเทอะหมดแทบจำไม่ได้ว่าเขาคือ วุฒิพื้นที่ในการแสดงน้อยมากเลยมีแค่ลูกตาที่จะได้โชว์กับชาวโลกว่าวุฒิเล่นได้ซึ่งเขาทำมันออกมาได้ดีมาก
พูดถึงสองสาวแสนสวยผู้หญิงของเสือในเรื่องนี้ เรื่องนี้กลับมีมิติที่ต่างนะ อย่างตัว ทับทิม (แม็กกี้ อาภา) จะประกบกับเสือใบ เสือใบเนี่ยมีบุญคุณบางอย่างกับทับทิมที่เธอไม่มีวันลืม
เธอยอมทุกๆอย่างมอบชีวิตให้กับผู้ชายคนนี้ได้ มันจะเป็นความโรแมนติดที่มันเจ็บปวดเขาทุ่มเทในการแสดงสูงมันก็เป็นสิ่งที่เราบอกเป้ว่าเสือใบเหมือนนกไร้ขาแปลว่าบินได้อย่างเดียวจอดไม่ได้
สำหรับทับทิมนี่คือศรัทธาเดียวที่ยังทำให้เขามีชีวิตอยู่ รักแต่ครอบครองไม่ได้เช่นกันมันจึงเป็นความรักที่มันเป็นสูญญากาศหน่อยๆ ส่วน บุษรา (ก้อย รัชวิน) เป็นคนที่เป็นเจ้าของคลับชื่อว่า สุวรรรณบุปผา
ที่รวมบรรดา คหบดี คนรวย และเสือทั้งหมดในสุพรรณ ขุนพันธ์เข้าหาบุษราได้ด้วยว่า บุษราคือคนที่กุมความลับทุกอย่าง บุษราเป็นผู้หญิงที่มีหลายมิติมากภายใต้ความสวยงาม บางทีเธอก็เป็นยาพิษ
บุษราก็คงไม่ต่างจากผู้ร้ายทั่วไปที่ ต่อให้เขามีความรักเขาก็เปิดเผยไม่ได้ว่าเขาคือใครว่าตัวตนจริงๆเป็นไง ก้อยมีวิธีการเล่นที่มีประสบการณ์และก็เชี่ยวชาญทำการบ้านมาว่าเขาจะทำแบบนี้
ก้อยเป็นคนที่ถ้าไดเรกเตอร์มีเหตุผลอะไรก็ได้ ทำงานสปีริทดี
Q.ในภาคนี้เราจะได้เห็นรายละเอียดต่างๆทั้งในส่วนของที่มาที่ไปของการฝึกวิชาอาคมต่างๆ รวมถึงมีการนำเสนอดาบแดงในตำนานด้วย
ก้องเกียรติ : ภาคสองเราจะได้เห็นในส่วนของพิธีกรรมของสำนักเขาอ้อซึ่งอันนี้ถูกรีเซิร์ชมาจริง ไม่ว่าการกินข้าวเหนียวดำวิธีการแช่น้ำว่านเพื่อการคงกระพันชาตรี
ทั้งหมดนี่มันเป็นภาพที่มาที่ไปของขุนพันธ์ได้มาว่ามันเป็นยังไงในภาคนี้จะเปิดตัวดาบแดงครับเป็นอาวุธประจำตัวของท่านขุนพันธ์ จริงๆมันเป็นรีเซิร์ชที่มาตั้งแต่ภาคที่แล้ว น่าจะห้าปีแล้วครับในการทำข้อมูลทั้งหมด
แต่นี่ไม่ใช่สารคดีขุนพันธ์ ตรงไหนที่จริงก็จริงเพราะว่ามันคือภาพยนตร์เพื่อความบันเทิง เจตนาเราที่สุดเลยคือเราไม่อยากทำให้ท่านถูกลืม คือไม่ได้จริงจังจนเป็นสารคดี
มันมีความบันเทิง แต่ในแก่นแท้มันยังมีความเป็นเรื่องเดิมอยู่ให้ท่านเป็นเรื่องเล่าปากต่อปากให้สนุก ผมจะดีใจมากถ้ามีเด็กอายุ 12-13อยากเป็นขุนพันธ์ ผมรู้สึกว่าผมโอเคละ
เรื่องขุนพันธ์มันไม่ควรที่จะรู้จักแค่คนรุ่นใดรุ่นหนึ่ง
Q. การปะทะเชือดเฉือนและเผชิญหน้ากันของตำนานเสือไทยกับตำรวจวีรบุรุษอย่างขุนพันธ์ในงานโปรดักชั่นที่เน้นความสมจริง
ก้องเกียรติ : ภาคนี้มันเป็นการปะทะกันของ อนันดา เป้ พี่เบิร์ด ในบทของสามเสือที่มีคาถาอาคม ทั้งดราม่าปะฉะดะ ทั้งแอคชั่น ภาคที่แล้วมันมีพี่น้อยกับอนันดา รอบนี้มันมีถึง3คน รุนแรงทุกมิติ
1.ตำรวจดีดีอย่างขุนพันธ์กลายไปเป็นโจร 2.นอกจากไปเป็นโจรแล้วยังไปรัก ไปสนิทเข้าใจเหตุผลกันอีก แต่เสือกับตำรวจยังไงมันก็อยู่กันไม่ได้ในขณะที่ทุกคนมีคาถาอาคม
ด้านโปรดักชั่น คือการยึดจับความสมจริงของมันเอาไว้ เราไม่ได้อยากให้มันเป็นแฟนตาซีหรือการ์ตูน เราถูกถามเยอะ พี่ทำเรื่องแบบนี้พี่เชื่อเหรอว่ามันมีอยู่จริง เราก็ถามกลับไปบอกว่าถ้าคุณห้อยพระ
คุณก็เชื่อว่าพระมีจริงไง เราเชื่อไม่เชื่อไม่ใช่ปัจจัย แต่เรามองผ่านวิวของคนที่เขาเชื่อเพราะคนที่เขาเชื่อไม่ได้แปลว่าเขาจะเหาะเหินเดินอากาศได้ เขาก็ใช้ชิวิตอยู่จริงๆ
มีชีวิตปกติ เพียงแต่แฟนตาซีนี่มันอยู่ในเหลี่ยมของความจริงนี่แหละ เรากลับเห็นว่ามันมีเสน่ห์มากกว่า มันมีเหนือจริงอยู่ในนั้นได้ มันย้อนแย้งกันดีมันโคตรเป็นเสน่ห์ของหนังเรื่องนี้เลย
อย่างที่บอกขี่ม้านักแสดงเล่นจริงไม่เอาสแตนน์อินนะ ฝังเอฟเฟกต์จริง การติดเอฟเฟกต์ นักแสดงนี่ต้องเล่นจริง สแตนอินนี่มาน้อยมาก ขึ้นสลิงเราเช็คกับนักแสดงตลอดเอาจริงนะ เป้บอกว่าได้ อนันดาบอกว่าได้
พี่เบิร์ดก็บอกว่าได้ ก็ยิงกันเละเทะ แต่ทุกๆครั้งที่หยิบปืนขึ้นยิงมันมีเหตุผลรองรับหมด

Q. วิชวลในการเล่าเรื่องที่มักจะมีอะไรให้เซอร์ไพรส์และเป็นที่พูดถึงแล้วสำหรับในขุนพันธ์2มีซีนไหนที่ประทับใจและยาก
ก้องเกียรติ : ทุกๆการกระทำในเรื่องมันมีเหตุผลทั้งหมดซีนประทับใจมันมีซีนหนึ่งซึ่งเราต้องบอกว่ามันเป็นซีนแอคชั่นใหญ่โตมาก
เป็นซีนตลาดมืดที่เสือใบไปขายของ ขุนพันธ์อยากจะสมัครเป็นพวกเดียวกับเสือฝ้าย โดยผ่านทางเสือใบ เรือสองลำมาประกบกันและคนสองคนชักปืนใส่กัน
โดยแบล็คกราวด์ข้างหลังทั้งหมดนี่มันก็จะเกิดเหตุ มีตำรวจเข้ามาและก็เกิดการสู้แอคชั่นใหญ่โตในตลาดมืด โดยมีสองคนยืนอยู่เป็นโฟร์กราวด์ แล้วพวกนั้นเป็นแบล็คกราวด์ สองคนคุยกันไป
ไอ้ข้างหลังก็ต่อยกันไปมีการระเบิดตู้มแอคชั่นน เราจะเน้นแค่คนสองคนคุยกันท่ามกลางความวินาศสันตะโรข้างหลัง แอคชั่นของเรามันอยู่ตรงนี้ มันอยู่ที่คนสองคนที่มันคุยกัน ข้างหลังเนี่ยมันคือประกอบ
หรือฉากสำคัญอีกฉากหนึ่งก็คือฉากเก็บเสือฝ้าย ซึ่งมันเปิดฉากจากการที่มีตัวละครแก่ๆกลุ่มหนึ่ง ปั่นจักรยานกันมา ผ่านท้องงนาผิวปากเพลินๆมาสัก 4-5 คัน เสือฝ้ายอยู่บนรถลาก
อยู่ดีดีคนบนจักรยานหยิบปืนขึ้นมายิง อย่างนี้ เรารู้สึกว่าเฮ้ยมันเจ๋ง พอยิงเสร็จปุ๊บมันก็เก็บปืนไว้ในลังผัก มันก็ปั่นไป มันมีความย้อนแย้งมันมีความกวนๆบางอย่างในแอคชั่น
แน่นอนเรามีแอคชั่นใหญ่ๆที่เราเห็นในหนังกัน อย่างซีนวิ่งฝ่าระเบิดนี่ มันเป็นซีนที่เสือใบจับได้ว่าจริงๆแล้วขุนพันธ์เนี่ยจริงๆแล้วเป็นตำรวจมาก่อน แต่ในขณะเดียวกันตัวทับทิมถูกจับเป็นตัวประกันอยู่ มันมีหลายดราม่ามากตรงนั้นคือ
ดราม่าระหว่างเพื่อนสองคนที่มันต้องแลกใจกัน จะดวลกันกับไอ้เพื่อนที่หักหลัง หรือกูจะช่วยชีวิตผู้หญิงคนนี้ดีซีนนี้เราประทับใจในแง่เราว่ามันเป็นโรแมนติกในแอคชั่น ในแง่ของมิตรภาพ โรแมนติดทั้งในด้านตัดสินใจเข้าไปช่วยผู้หญิงคนหนึ่ง
Q. โปรเจกต์ที่ทั้งพีเรียด แอคชั่น ที่มีโปรดักชั่นขนาดใหญ่ มีอุปสรรคอะไรที่เราต้องรับมือ
ก้องเกียรติ : อุปสรรคส่วนใหญ่ในการทำงานก็คือถ่ายผ่านช่วงพายุฝน มีอยู่ฉากหนึ่งเราอยากได้ขุนพันธ์ขี่มอเตอร์ไซต์ขี่นำกองทัพม้าออกปล้น ตอนนั้นฝนมันก็ถล่ม อยู่ดีดีคอกม้าถล่มลงมาทับม้าสิบตัว เราก็ใจหาย ปรากฏว่าเจ็บไป 3-4 ตัว
มันก็ไม่ได้ภาพอย่างที่อยากได้ ส่วนใหญ่มันก็เป็นอุปสรรค มันเป็นงานแอคชั่นซึ่งมันไม่ง่ายอยู่แล้ว ต่อยโดนปากกันบ้าง วันแรกของการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องขุนพันธ์ 2 คือขุนพันธ์นำกองกำลังตำรวจไปปราบโจรอั้งยี่กลุ่มหนึ่ง
ซึ่งอยู่ดีดีกองกำลังที่พาไปตายหมดเลย ซีนนี้เราไปถ่ายทำกันที่วังน้ำเขียวเราก็ยึดหุบเขาหุบหนึ่ง ความยากคือมันไม่ได้วิ่งกันบนพื้นราบ เป็นภูเขาที่ซึ่งมีป้ายปักเลยว่านี่คือเขตกระทิง
เราก็มองไม่เห็นหรอกว่ามันจะมีอะไรอยู่ในนั้น และเวลาไล่ล่ากันกล้องกวาดขึ้นไปนี่ มันกลิ้งกันลงมาเป็นลูกขนุนเลย เพราะว่าพื้นมันเป็นslopeภูเขา และอาวุธที่ถืออยู่ในมือมันก็ต้องระวังกันหลายอย่าง มันก็ทำงานกันยากพอมควร
แต่ว่าก็ผ่านพ้นไปได้ อีกซีนหนึ่งที่เสือใบซึ่งเขาเป็นไทยถีบ คือกลุ่มโจรที่ปล้นอาวุธของพวกญี่ปุ่นมาขายในตลาดมืด ปรากฏว่าโดนญี่ปุ่นมาล้อมจับได้ พามาที่เจดีย์ร้างที่หนึ่ง
โดยขุนพันธ์ก็สะกดรอยตามมา เป็นซีนที่เจอกัน และก็เปิดตัวครั้งแรก ระหว่าง เสือใบ ขุนพันธ์ เสือฝ้ายมาในตอนท้าย คือมันเป็นครั้งแรกที่เสือใบตัดสินใจใช้ปืนกระสุนคตในการปราบกับพวกญี่ปุ่น
และก็ขุนพันธ์เนี่ยหายตัวเข้าไปช่วยเสือใบ ในขณะที่ทุกอย่างกำลังจะเพลี่ยงพล้ำเสือฝ้ายนั่งรถมาชิวๆ หยิบบาซูก้าอันหนึ่งตู๊ม! มันก็เป็นซีนที่เปิดตัว แต่ละคนมีแอคชั่นบอกคาแรคเตอร์ บอกของวิเศษประจำตัวของแต่ละคนด้วย
สำคัญอีกซีนก็เป็นซีนต้องลุยกันกับอัศวิน ซีนนี้ก็ถ่ายกันหลายวันอยู่เนื่องจากมันเป็นซีนแอคชั่นท้าย หมัด มือ ปืน ภาคนี้เราก็จะมีของเล่นใหม่ คือปืนแส้ เมื่อขุนพันธ์ต้องลุยกับกลุ่มผู้ร้ายที่ต้องเข้ามารุมตัวเอง1 ต่อ 10
เวลาสะบัดไปที่ใครมันก็จะยิงไปปั้งๆ บางทียืนๆอยู่มันก็มีแส้หมุนออกมาจากความมืด แล้วก็มีปืนมาจ่อตรงหน้าแล้วก้ยิงตั๊ม! เป็นซีนดีไซน์แอคชั่น ซึ่งก็ยังไม่เคยมีใครทำ สำหรับซีนแอคชั่นเราก็ได้มือซ้ายมือขวา
พี่พจน์กับพี่ใจเป็นทีมของพี่พันนา มาช่วยซึ่งก็การันตีความบู๊ มันส์แน่นอน ดุเดือด แน่นอน
Q. ท้ายนี้ในฐานะเขียนบท และกำกับภาพยนตร์เรื่องขุนพันธ์2อยากฝากบอกอะไรกับทุกคน
ก้องเกียรติ : ผมรู้สึกว่าเรากำลังล่มสลายในแง่ของความรู้สึกหัวจิตหัวใจเราไร้ที่ยึดเหนี่ยวเหลือเกิน เราเลิกเชื่อฮีโร่ไปแล้ว เราศรัทธาฮีโร่ฝรั่ง
เราแทบจะไม่เชื่อนะว่าคนของเราเองจะเป็นฮีโร่ได้ เพราะฉะนั้นมันก็เป็นหน้าที่ของคนทำงานสื่อคนหนึ่งว่าถ้าผมสามารถทำให้เรื่องราวขุนพันธ์ให้เป็นฮีโร่ไทยๆในจักรวาลที่เรียบง่ายแบบเราได้
ถ้ามันกู้วิกฤติศรัทธาบางอย่างได้ แค่นี้ก็คุ้มแล้วครับ ด้วยจิตใจแห่งการไม่ยอม ด้วยการคาราวะในหนังไทยอันเป็นรากเหง้าอันเป็นหนังบู๊แบบนี้ มันไม่ง่ายเลยครับ
และทุกคนทุ่มเทจริงๆ มันไม่ใช่แค่ตัวผม ทีมงานล้มเจ็บมากมาย แต่ก็ไม่เลิกไม่ลาที่จะทำกัน ในขณะที่คนอื่นบอกให้เราไปทำหนังอื่นๆที่สมัยนิยมมันอาจจะง่ายกว่าทำไมเรายังทำแบบนี้กันอยู่ ผมกลับมองว่าเราเลิกศรัทธาไม่ได้
ด้วยเจตนาอันรักในหนังไทยแบบนี้จริงๆ ก็อยากให้เป็นกำลังใจกันจริงๆ นักแสดงทุกคนทุ่มเท ตัวผม ทีมงาน แม้กระทั้งทางบริษัทสหมงคลฯไม่มีใครลงทุนทำหนังแบบนี้แล้วครับดูเถอะครับ



Comments