PRODUCTION NOTES ภาพยนตร์ "AFTER THE RAIN หลังฝนตกคุณคิดถึงใคร" - Mixmaya.Com
  • Home
  • entertainment
  • PRODUCTION NOTES ภาพยนตร์ "AFTER THE RAIN หลังฝนตกคุณคิดถึงใคร"
PRODUCTION NOTES ภาพยนตร์ "AFTER THE RAIN หลังฝนตกคุณคิดถึงใคร"

PRODUCTION NOTES ภาพยนตร์ "AFTER THE RAIN หลังฝนตกคุณคิดถึงใคร"

หนังสือการ์ตูนชื่อดังที่บอกเล่าเรื่องราว “ความเป็นวัยรุ่น” ของคนหลากหลายวัย

 “Koi wa Ameagari no you ni” หนังสือการ์ตูนชื่อดังที่บอกเล่าเรื่องราว “ความเป็นวัยรุ่น” ของคนหลากหลายวัย ลงตีพิมพ์ในนิตยสาร “Big Comic Spirits” รายสัปดาห์ โดยสำนักพิมพ์โชกะขุคัง “ตอนแรกก็คิดว่าจะเป็นเรื่องราวความรักต่างวัยของลุงที่ความฝันได้หยุดชะงักไปละมั้ง” ผู้อำนวยการสร้างอิชิกุโระ ยูสุเกะกล่าว “แต่พออ่านต่อไป ก็ทำให้รู้สึกจับใจว่าเป็นเรื่องราวที่งดงามและซื่อตรง เต็มไปด้วย “ความเป็นวัยรุ่น” ของผู้คนหลากหลาย ผมเลยเริ่มรู้สึกว่ามันจะกลายเป็นภาพยนตร์ที่คนจำนวนมากหลงรักได้อย่างแน่นอน” แม้ว่าต้นฉบับจะโด่งดังอย่างมากอยู่แล้ว แต่ด้วยความคิดที่ว่า “จะไม่เพียงนำเสน่ห์ที่ต้นฉบับมีอยู่มาปรับใช้กับภาพยนตร์ แต่ต้องสร้างความรู้สึกที่มีเฉพาะในภาพยนตร์ขึ้นมา” จึงได้ติดต่อไปยังผู้กำกับนากาอิ อากิระ ที่จริงแล้วเมื่อหลายปีก่อน ผู้กำกับนากาอิได้เคยอ่านการ์ตูนต้นฉบับแล้วจากการที่มีคนแนะนำ “เป็นผลงานที่ชอบมากครับ ก่อนอ่านได้ยินว่าเป็นเรื่องรักของนักเรียนสาวม.ปลายกับคุณลุง เลยคิดว่าเป็นงานที่อารมณ์ค่อนข้างอีโรติก หรือไม่ก็ความรักบริสุทธิ์จนถึงขั้นเป็นไปไม่ได้ แต่ไม่ใช่เลยทั้งสองอย่าง มันเป็นผลงานที่ตลกและมีชีวิตชีวา เบิกทางให้การ์ตูนประเภทใหม่ เป็นแนวที่ผมไม่เคยถ่ายทำมาก่อน ก็คิดว่าอยากจะลองท้าทายดูครับ” เขากล่าว

การเลือกนักแสดงที่แม้แต่แฟน ๆ ที่ติดตามต้นฉบับยังยอมรับ

หลังจากตัดสินใจว่าจะเลือกผู้กำกับนากาอิ ก็มีการประชุมงานอย่างรอบคอบโดยรับฟังความคิดเห็นของนักเขียนการ์ตูนต้นฉบับ มายุซุกิ จุนด้วย ในระหว่างที่การเขียนบทดำเนินไป การคัดเลือกนักแสดงซึ่งเป็นจุดสำคัญที่สุดของภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ได้ข้อสรุป จากความคิดอันแรงกล้าที่จะไม่ทำให้แฟน ๆ ที่ติดตามต้นฉบับผิดหวัง จึงได้มีการติดต่อไปยังโคมัตสึ นานะ ซึ่งขึ้นชื่อว่ามีรูปร่างลักษณะตรงตามตัวละครเอก อากิระ ในการ์ตูนต้นฉบับ “นักแสดงสาววัยรุ่นที่นอกจากจะมีลักษณะภายนอกเหมือนอากิระแล้ว ยังจะสามารถแสดงความรู้สึกอันอ่อนไหวของอากิระได้อย่างสมบูรณ์แบบ ก็นึกถึงใครไม่ออกแล้วนอกจากโคมัตสึ นานะ” ผู้อำนวยการสร้างอิชิกุโระกล่าว ส่วนคนโดซึ่งเป็นตัวละครที่มีทั้งความตลกแบบคุณลุงที่น่าเบื่อและเสน่ห์ที่อากิระนักเรียนสาวม.ปลายตกหลุมรัก ก็เป็นอุปสรรคข้อใหญ่ แต่โออิซุมิสามารถก้าวข้ามอุปสรรคนั้นไปได้อย่างง่ายดาย “ถ้าเป็นโออิซุมิล่ะก็ นอกจากจะมีคุณลักษณะทั้งสองอย่างนี้แล้ว ก็ยังมีความเป็นพ่อที่โอบล้อมคนรอบข้างไว้อย่างอ่อนโยนด้วย” ผู้อำนวยการสร้างอิชิกุโระกล่าว ผู้กำกับก็ยังเห็นชอบด้วยว่า “เป็นการผสมผสานที่ลงตัว” และ “ที่สำคัญที่สุด ถึงแม้ทั้งสองคนนี้อยู่ข้างกันก็ไม่มีความน่ารังเกียจเลย ตรงนั้นแหละที่สำคัญในการถ่ายทำครั้งนี้” นอกจากนี้ ยังรวมเหล่านักแสดงมากความสามารถทั้งรุ่นใหม่และรุ่นเก่าที่ตรงตามต้นฉบับ เช่น เซโนะ นานะ อิโซมุระ ฮายาโตะ ฮายามะ โชโนะ มัตสึโมโตะ โฮโนกะ ยามาโมโตะ ไมกะ ฮามาดะ มาริ ทตสึกิ ชิเงะยูกิ  และโยชิดะ โย

ช่างภาพหญิงที่ถ่ายทำโคมัตสึกับโออิซุมิที่แสดงร่วมกันเป็นครั้งแรกอย่างอ่อนโยน

โคมัตสึกับโออิซุมิแสดงร่วมกันครั้งนี้เป็นครั้งแรก ความเข้ากันได้ของทั้งคู่คือจุดสำคัญ โออิซุมิกล่าวว่า “ตอนแรกที่พบกัน (กับโคมัตสึ) ผมก็คิดว่า นี่มันอากิระนี่!” โคมัตสึที่ประกาศตัวว่าเป็น “คนขี้อาย” ก็ยังเปิดใจได้ในเวลาไม่นานเมื่อได้รู้จักกับโออิซุมิที่เข้ากับคนอื่นได้ง่าย คนโดที่อึดอัดเพราะถูกอากิระตอแยอย่างกระตือรือร้นก็เป็นหนึ่งในจุดที่น่าติดตามของภาพยนตร์เรื่องนี้ แม้แต่ในฉากเดทครั้งแรก คนโดที่กระสับกระส่ายคอยระวังสายตาคนรอบข้างกับการที่อากิระรุกหนักตั้งแต่ต้นจนจบก็เรียกเสียงฮาได้อย่างมาก ในคาเฟ่ทันสมัยที่มีแต่ลูกค้าผู้หญิง อยู่ ๆ อากิระก็โพล่งว่า “อยู่ถึงเช้าก็สบายมากค่ะ!” จนคนโดเผลอพ่นกาแฟออกมา บ่อยครั้งที่ทั้งสองคนและทีมงานหัวเราะลั่นออกมาเมื่อสั่งคัต แต่คนที่ถ่ายทั้งคู่อย่างจริงจังจนถึงที่สุดก็คือช่างภาพ อิจิฮาชิ โอริเอะ เธอเป็นช่างภาพหญิงผู้กระตือรือร้นที่เคยทำงานร่วมกับผู้กำกับนากาอินับครั้งไม่ถ้วนรวมถึงการถ่ายทำโฆษณา และเป็นคนที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้กำกับอย่างที่สุด “เธอถ่ายทำจากมุมมองเฉพาะตัวของผู้หญิง และภาพก็ออกมาไม่น่ารังเกียจ ที่สำคัญ เธอถ่ายเด็กสาว ๆ ออกมาได้น่ารัก ความสามารถของคุณอิจิฮาชิจึงสำคัญมากในการถ่ายทำภาพยนตร์ครั้งนี้ครับ” อิจิฮาชิเองกล่าวว่า “ส่วนในทางตรงข้าม ฉันก็มีปมว่าถ่ายภาพวาบหวิวไม่ได้” แต่ว่าเรื่องนี้เองคือประเด็นสำคัญของการถ่ายทำครั้งนี้ “ทั้งสองคนนี้มีความไม่เข้ากันกันอย่างมาก แถมถ้าก้าวพลาดครั้งเดียวคนโดก็เป็นอาชญากรไปเลย (หัวเราะ) อารมณ์ภาพที่ก้ำกึ่งแบบนั้น คุณอิจิฮาชิก็อุตส่าห์ถ่ายทำในมุมมองที่สวยงามอ่อนโยนให้ครับ” ผู้กำกับกล่าว

“สายฝน” ผู้บอกเล่าเรื่องราวที่ต้องสร้างอย่างพิถีพิถันใส่ใจ

ฉากฝนตกที่มีอยู่มากก็เป็นจุดเด่นของภาพยนตร์เรื่องนี้ เหมือนกับบทของคนโดที่พูดว่า “ทาจิบานะอยู่ ๆ ก็โผล่มาในวันที่ฝนตกตลอดเลยนะ” “ฉันได้พูดคุยกับผู้กำกับและฝ่ายจัดแสงว่าอยากสร้างผลงานที่ทำให้เห็นภาพฝนที่สวยงาม ครั้งนี้ฉันจึงขอร้องทีมงานที่ฉันเชื่อใจและปรกติทำงานโฆษณาด้วยกันมาสร้างฉากฝนตกให้ค่ะ” อิจิฮาชิกล่าว การบอกเล่าเรื่องราวในแต่ละฉากของฝนแต่ละครั้ง ทั้งฝนโปรย ฝนตกหนัก หรือพายุก็สร้างความประทับใจ แต่ฉากที่ทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่ายากคือฉากที่อากิระสารภาพรักกลางฝนกระหน่ำ โคมัตสึเองก็ยังเป็นห่วงว่า “ถ้ามีเด็กสาวแบบนี้อยู่จริง ๆ คงจะน่ากลัว” แต่ว่าอากิระที่บอกความในใจด้วยนัยน์ตามุ่งมั่นก็กลายเป็นฉากที่สวยงามอย่างน่าตะลึงฉากหนึ่ง

โออิซุมิและผู้กำกับที่คอยให้กำลังใจโคมัตสึที่เป็นกังวลอย่างเงียบ ๆ

“เป็นครั้งแรกที่มีคนบอกผมว่าอย่าเปลี่ยนบทพูดเลยสักคำ ยึดตามต้นฉบับจนถึงตอนนี้” ผู้กำกับตั้งใจจะสร้างภาพยนตร์ที่ตรงตามต้นฉบับจนโออิซุมิต้องแสดงความประหลาดใจออกมา “เวลาถ่ายทำภาพยนตร์ที่สร้างจากการ์ตูน ผมคิดว่ามันคือการรีเมก แค่คำพูดหายไปแค่คำเดียว ก็เสี่ยงที่จะกลายเป็นสิ่งที่ไม่ใช่การ์ตูนเรื่องนั้นไปแล้ว ดังนั้นผมจึงขอทำงานอย่างเข้มงวดในส่วนนั้นครับ” ผู้กำกับกล่าว โคมัตสึก็กล่าวว่า “การทำงานของผู้กำกับที่พูดออกมาอย่างชัดเจนช่วยในเรื่องการแสดงได้ค่ะ” แต่ที่จริงในช่วงแรกของการถ่ายทำเธอก็ยังกังวล “จับคาแรกเตอร์ของอากิระไม่ได้เลยค่ะ” ในฉากที่อากิระไปเยี่ยมคนโดที่ป่วยเป็นหวัด เราได้เห็นโคมัตสึที่เจอปัญหาทำอารมณ์กับฉากร้องไห้ไม่ได้ แต่เพราะผู้กำกับที่รอจนเธอทำอารมณ์ได้ และโออิซุมิที่คอยปลอบว่า “ไม่เป็นไรนะ” หลังจากช่วงพัก น้ำตาของจริง “ในฐานะอากิระ” ก็ไหลอาบแก้ม หลายวันต่อมา ในฉากที่ทั้งคู่พบกันอีกครั้งริมแม่น้ำซึ่งเป็นฉากสุดท้ายของภาพยนตร์ เธอก็ต้องเตรียมตัวร้องไห้อีก แต่ครั้งนี้กลับกัน โคมัตสึน้ำตาไหลไม่หยุดตั้งแต่ช่วงซ้อม อิจิฮาชิที่ได้เห็นโคมัตสึซึ่งกลายเป็นอากิระไปโดยสมบูรณ์แบบกล่าวว่า “ฉันเองก็ถ่ายไปด้วยร้องไห้ไปด้วยตลอดเลยค่ะ” “ตั้งแต่ฉากริมแม่น้ำ เธอก็เหมือนทะลุกรอบไปได้ อย่างในฉากริมทะเลหลังจากนั้น เธอก็แสดงสีหน้าได้ดีมาก ๆ เธอสร้างความเชื่อใจกับคุณโออิซุมิได้แล้วด้วย ทางผมเองก็แทบไม่มีอะไรจะตำหนิเลย” ผู้กำกับกล่าว

ปรับโฉมร้านอาหารที่ปิดแล้วให้เป็นร้าน “การ์เด้น”

ร้านอาหาร “การ์เด้น” ที่เป็นฉากหลักของเรื่องนั้นได้ปรับปรุงใหม่ทั้งหมดจากร้านอาหารที่ปิดตัวลงแล้วในเขตชานเมืองคันโต จนถึงปัจจุบัน ร้านนี้เคยใช้ถ่ายทำละครและภาพยนตร์มาหลายต่อหลายครั้ง แต่การปรับโฉมอย่างละเอียดลออขนานใหญ่นี้เป็นครั้งแรก ตั้งแต่โซฟาไปจนถึงวอลล์เปเปอร์ ทุกอย่างเปลี่ยนไปตามแบบของร้านการ์เด้นอย่างสมบูรณ์ ภาพการดูแลลูกค้าที่สมจริงของทีมนักแสดงที่เรียกว่าได้อ่านคู่มือการบริการลูกค้ามาก่อนเข้าฉากก็เป็นอีกจุดที่น่าดู ด้วยการถ่ายทำแบบลองเทคในครึ่งแรก เราจะถูกดึงดูดเข้าไปด้วยการถ่ายต่อเนื่องราวกับได้ชมในร้านไปรอบ ๆ อิจิฮาชิบอกว่า “เรื่องนั้นเป็นไอเดียของผู้กำกับ ฉันคิดว่าสร้างความรู้สึกตื่นเต้นในแบบของภาพยนตร์ได้ค่ะ” โออิซุมิที่มีบทพูดเป็นคนสุดท้ายของการถ่ายทำแบบลองเทคหัวเราะเจื่อน ๆ บอกว่า “ผมตื่นเต้นก็จริงนะครับ แต่ก็กังวลอยู่ว่าถ้าเล่นพลาดขึ้นมาละก็แย่แน่”

“ภาพการวิ่ง” ที่สวยงามเป็นผลจากความพยายาม

ด้วยตัวละครที่เป็นอดีตดาวเด่นชมรมกรีฑา โคมัตสึจึงต้องเจียดเวลาจากตารางงานที่แน่นเอี้ยดเพื่อมาซ้อมวิ่งตั้งแต่ก่อนถ่ายทำ เธอเตรียมร่างกายให้พร้อมอย่างจริงจัง เช่นระหว่างการถ่ายทำก็ซิตอัพไม่ได้ขาด  “นอกจากฟอร์มจะสวยแล้ว ตรงที่วิ่งโดยใส่ความรู้สึกของอากิระลงไปก็เท่” อิจิฮาชิชื่นชม แต่ที่จริงแล้วตัวโคมัตสึเองค่อนข้างเกลียดความพ่ายแพ้เลยทีเดียว ผู้กำกับเผยว่า “แค่ครูฝึกชมการวิ่งของนักแสดงคนอื่นแค่นิดเดียวก็กระวนกระวายขึ้นมาเลย (หัวเราะ)” การเกลียดความพ่ายแพ้ของเธอเห็นผล (?) ฉากแอคชั่นที่ใช้สลิงช่วยในตอนเปิดเรื่องเธอก็ลองเล่นโดยไม่ใช้สแตนด์อิน ถึงจะได้แผลขีดข่วนเต็มตัวไม่สมกับเป็นนักแสดงหญิง แต่เธอก็ฝ่าฟันไปได้อย่างมุ่งมั่น “อยากทำได้สำเร็จอย่างเท่ ๆ โดยไม่ปริปากบ่นค่ะ”

โออิซุมิกับทตสึกิแสดงร่วมกันในบทเพื่อนร่วมรุ่น

ทตสึกิ ชิเงะยูกิปรากฎตัวในบทคุโจ จิฮิโระ เพื่อนร่วมรุ่นของคนโดสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ทตสึกิเป็นเพื่อนในชีวิตจริงของโออิซุมิมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย และยังรู้จักกันในฐานะสมาชิก TEAM NACS ฉากที่ทั้งสองคนแสดงด้วยกันมีเสียงหัวเราะไม่หยุดอยู่เสมอ ในการถ่ายทำฉากพบกันอีกครั้งในร้านเหล้า ดูเหมือนทตสึกิจะพูดบทติด ๆ ขัด ๆ แต่ทั้งสองคนก็ยังทำหน้าตายแสดงกันต่อไป แต่พอผู้กำกับบอกว่า “โออิซุมิขำนิดหน่อย ถ่ายอีกรอบเผื่อไว้กันเถอะ” โออิซุมิก็บ่น “ขำหลังจากพูดลิ้นพันกันเนี่ยนะ เรื่องแบบนั้นไม่ทำหรอกน่า!” ทตสึกิ “ใช่แล้ว ผมน่ะแสดงดีอยู่นะ!” กองถ่ายเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะครืน แต่สุดท้ายทตสึกิก็ยอมรับที่พูดลิ้นพันกัน “โกหกครับ ขอโทษ (หัวเราะ)” และถ่ายใหม่อีกครั้งด้วยดี แม้ว่าทั้งคู่จะสนิทกันทั้งในชีวิตจริงและชีวิตการทำงาน แต่ในระหว่างถ่ายทำก็ไม่มีการพูดคุยเล่นหัว ทั้งคู่แสดงให้เห็นทัศนคติของนักแสดงที่จริงจังอย่างเช่นการเช็กบทกันอย่างรอบคอบ

การปิดกล้องที่จบลงด้วยน้ำตา

การถ่ายทำดำเนินไปจนสิ้นปี 2017 พอดี โออิซุมิปิดกล้องช่วงปลายปี ส่วนโคมัตสึปิดกล้องในวันสิ้นปี โออิซุมิถ่ายทำส่วนหนึ่งของฉากเดทเสร็จไปก่อน ณ เวลาที่ปิดกล้อง เขาก็กอดโคมัตสึอย่างเป็นธรรมชาติด้วยรอยยิ้ม ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นขึ้นของทั้งคู่ที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันหนึ่งเดือนครึ่ง โออิซุมิกล่าวอย่างซึ้งใจว่า “ดีจริง ๆ ที่นานะจังเป็นคนน่ารัก เป็นกองถ่ายที่อยู่แล้วสบายใจครับ” หลังจากนั้น โคมัตสึจบการถ่ายทำด้วยการแสดงบทร้องไห้จนถึงตอนสุดท้าย ในฉากรำลึกความหลังในร้านการ์เด้น น้ำตาของเธอยังไม่หยุดไหลแม้ว่าการถ่ายทำจะสิ้นสุดลง บรรดาทีมงานก็น้ำตาคลอไปด้วย “ทุกวันสนุกและเต็มไปด้วยเรื่องราวจริง ๆ ตอนสุดท้ายฉันย้อนนึกถึงความทรงจำต่าง ๆ แล้วก็เลยรู้สึกซึ้งขึ้นมาค่ะ” โคมัตสึกล่าว

 

Comments

entertainment

VDO Update

Merigin

Related Post