
นอกจากการขับรถอย่างมีสติ ไม่ประมาทแล้ว เจ้าของรถควรเพิ่มความระมัดระวังในการใช้รถในสถานการณ์อื่นๆ เพิ่มเติมด้วย เช่น การจอดรถนอนเพื่อพักสายตา หรือการเปิดเครื่องแล้วทิ้งเด็กเล็กเอาไว้ในรถเพื่อลงไปทำธุระในเวลาไม่นาน ความประมาทเหล่านี้อาจนำไปสู่การเสียชีวิตโดยไม่ทันตั้งตัวได้
อันตรายจากการจอดรถนอน
คนขับรถทางไกลหลายคนอาจเคยจอดรถข้างทางเพื่อนอนพักสายตา ไม่ใช่ว่าเราไม่สามารถทำแบบนี้ได้ แต่หากเรานอนปิดประตูหน้าต่าง แล้วเดินเครื่องเบาค้างเอาไว้ เมื่อเวลาผ่านไปสักระยะ ไอเสียบางส่วนที่มีก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์จะถูกพัดลมของแอร์ดูดเข้าไปในห้องโดยสาร แม้จะเป็นปริมาณที่ไม่มาก แต่หากปล่อยให้ไอเสียรถยนต์เข้ามาในห้องมากขึ้นเรื่อยๆ อาจทำให้ร่างกายของเราสูดดมเอาก๊าซพิษเข้าไปในร่างกายมากขึ้น นอกจากจะทำให้เราเซื่องซึม มึนศีรษะ ร่างกายสั่งกระตุก หายใจไม่ออก หัวใจเต้นผิดปกติ ไปจนถึงหมดสติได้แล้ว หากยังได้รับก๊าซนั้นอย่างต่อเนื่องไปอีก 5-6 ชั่วโมง อาจทำให้เสียชีวิตคาเบาะรถยนต์อย่างที่เราเคยเห็นกันในข่าวได้เลยทีเดียว
การจอดรถนอนที่ถูกต้อง
1. แนะนำให้จอดรถในปั้มน้ำมันที่มีคนบริการอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เงียบสงัดไร้คนจนเกินไป หรือเป็นจุดที่ใกล้แหล่งชุมชน ป้อมยาม ป้อมตำรวจ หรือที่ๆ มีแสงไฟสลัวๆ ตลอดเวลา เพื่อความปลอดภัยชีวิต และทรัพย์สิน
2. จอดรถ ดับเครื่องยนต์ แล้วเปิดกระจกหน้าต่างแง้มลงเล็กน้อยพอหายใจสะดวก ปรับเบาะเอนอย่างเหมาะสม เอนมากเอนน้อยแล้วแต่ความสบายเฉพาะตัวของแต่ละคน
3. บิดกุญแจรถยนต์ไปที่ ON เพื่อให้เครื่องยนต์ดับแต่ยังระบบไฟฟ้าต่างๆ ภายในรถยังคงทำงานอยู่ จากนั้นจึงเปิดสวิทช์แอร์ แล้วเลือกกดปุ่มหรือบิดให้พัดลมดูดอากาศจากภายนอกให้ไหลเวียนเข้าสู่ห้องโดยสาร แม้จะไม่เย็นเหมือนเปิดแอร์พร้อมให้น้ำยาแอร์ทำงาน แต่แค่พัดลมที่ทำงานอยู่ก็พอจะทำให้เรานอนหลับได้ไม่ขาดอากาศหายใจ หรือรมก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ไปทั่วห้องโดยสารได้ (ไม่ต้องกลัวเปลืองแบตเตอรี่ เพราะแบตเตอรี่ขนาด 60 แอมป์ สามารถใช้ได้ยาวนานมากถึง 3-4 ชั่วโมงเลยทีเดียว)
4. ตั้งเวลาปลุกด้วยมือถือ ไม่ควรนอนหลับเกิน 30 นาที สำหรับการแวะเงียบเพื่อพักสายตาเพื่อการเดินทางต่อไป
5. เมื่อตื่นขึ้น หากยังรู้สึกง่วง ไม่สดชื่น ให้แวะล้างหน้า หาเครื่องดื่ม หรืออาหารทานก่อนขับรถ หรืออาจเปิดเพลงเร็วๆ ฟังเพื่อกระตุ้นโสตประสาทให้ตื่นอย่างเต็มที่
อ่านต่อได้ที่ : sanook



Comments