Hyundai IONIQ Electric อนาคตที่รอคุณมาเสียบปลั๊ก - Mixmaya.Com
  • Home
  • lifestyle
  • Hyundai IONIQ Electric อนาคตที่รอคุณมาเสียบปลั๊ก
Hyundai  IONIQ Electric อนาคตที่รอคุณมาเสียบปลั๊ก

Hyundai IONIQ Electric อนาคตที่รอคุณมาเสียบปลั๊ก

Hyundai  IONIQ Electric อนาคตที่รอคุณมาเสียบปลั๊ก

ตอนนี้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้ากำลังเป็นที่จับตามองไปทั้งโลก ขอออกตัวไว้ก่อนว่าผมไม่เคยได้ขับรถยนต์ที่เป็น EV มาก่อน ก่อนขับรถเลยจินตนาการไปต่าง ๆ นานา แต่...กับ Hyundai IONIQ Electric คันนี้ต้องยกนิ้วให้ ขับแล้วประทับใจมาก 

รถยนต์ฮุนได ไอออนิก รถยนต์รุ่นแรกของโลก ที่มีจำหน่ายทั้ง 3 รูปแบบระบบขับเคลื่อนใน 1 รุ่น ได้แก่ ไฮบริด, ปลั๊กอิน ไฮบริด และอีวี เป็นรถยนต์ที่มีมลพิษที่ต่ำที่สุด หรือปราศจากมลพิษ และอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีการขับขี่ การเชื่อมต่อ และเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย 

Hyundai  IONIQ Electric อนาคตที่รอคุณมาเสียบปลั๊ก

ภายนอกรูปทรงตัวรถเป็นแบบรถแฮ็ทช์แบ็กทรงสปอร์ต มาพร้อมเส้นสายที่พลิ้วไหว รวมถึงการออกแบบตัวถังส่วนต่าง ๆ เช่น ช่องดักลมที่ล้อคู่หน้า สปอยเลอร์ด้านหลัง ดิฟฟิวเซอร์ ชายล่างประตูทั้งสี่บาน แผ่นปิดใต้ท้องรถ รวมถึงล้ออัลลอย ทั้งหมดนี้ทำให้อากาศสามารถไหลผ่านตัวรถได้อย่างสะดวกและลื่นไหลตามหลักอากาศพลศาสตร์ ด้วยค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานที่ต่ำเพียง 0.24 และยังรวมถึงการลดน้ำหนักตัวรถ ด้วยการเลือกใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบาอย่างอลูมิเนียมในการผลิตฝากระโปรงหน้า และฝากระโปรงท้าย ทำให้สามารถลดน้ำหนักลงไปได้ถึง 12.6 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับเหล็กทั่วไป

ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า กระจังหน้าจึงถูกออกแบบในลักษณะปิดทึบ เนื่องจากไม่ต้องใช้งานเพื่อการระบายความร้อนเครื่องยนต์ ไฟหน้าและไฟท้ายเป็นแบบ LED บริเวณชายกันชนด้านหน้าและด้านหลัง รวมทั้งชายประตูทั้ง 4 บาน ถูกตกแต่งด้วยสีทองแดง ที่สื่อถึงความเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า

Hyundai  IONIQ Electric อนาคตที่รอคุณมาเสียบปลั๊ก

เมื่อปลดล็อกรถด้วยระบบ Smart Entry ระบบ Welcome Function จะทำงานด้วยการสั่งให้ไฟหน้าและไฟท้ายส่องสว่าง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยขณะจอดรถในที่มืดหรือยามค่ำคืน และเมื่อเราเปิดประตูรถ เบาะที่นั่งคนขับ จะปรับเลื่อนถอยหลังอัตโนมัติ เพื่อให้เข้าสู่ตำแหน่งที่นั่งขับขี่ได้อย่างสะดวกสบาย เบาะที่นั่งคนขับ ปรับได้ด้วยระบบไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมที่ดันหลังแบบไฟฟ้า (Lumbar Support) ช่วยลดอาการเมื่อยล้าขณะขับขี่ 

ห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย โดยเฉพาะที่นั่งของผู้โดยสารตอนหน้า ซึ่งมีความโปร่งและกว้างขวางเป็นพิเศษ เนื่องจากระบบเกียร์ ถูกออกแบบให้เป็นแบบระบบปุ่มกด หรือ Shift by Wire ซึ่งถูกติดตั้งอยู่บริเวณคอนโซลกลาง สามารถเลือกเปลี่ยนเกียร์ได้ตามต้องการเพียงปลายนิ้วสัมผัส นอกจากนี้ยังมีระบบเบรคมือไฟฟ้าพร้อมระบบ Auto Hold ที่ช่วยหยุดรถชั่วขณะในสภาพการจราจรติดขัด และระบบ Wireless Charging เพียงวางโทรศัพท์บริเวณช่องชาร์จด้านซ้ายของปุ่มเลือกตำแหน่งเกียร์

ระบบความบันเทิง สามารถควบคุมได้ผ่านหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 5 นิ้ว ที่สามารถเลือกฟังก์ชันเพื่อความบันเทิงได้ตามต้องการ เช่น ระบบวิทยุ พร้อมระบบเชื่อมต่อบลูทูธ ช่องต่อระบบ USB และ AUX 

หน้าปัดขนาด 7 นิ้ว แบบ TFT แสดงการทำงานของระบบต่าง ๆ บริเวณคนขับ แสดงข้อมูลพื้นฐานของรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็น ระยะทางที่สามารถวิ่งได้ต่อการชาร์จไฟ 1 ครั้ง ระดับพลังงานของแบตเตอรี่ รวมถึงข้อมูลอื่น ๆ ของตัวรถที่จำเป็น สามารถเลือกดูได้ผ่านปุ่มควบคุมบนพวงมาลัย

Hyundai  IONIQ Electric อนาคตที่รอคุณมาเสียบปลั๊ก

สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการแสดงผลได้ ตามรูปแบบการขับขี่ โดยเลือกรูปแบบการขับขี่ได้ ผ่านปุ่ม ‘Drive Mode’ บริเวณคอนโซลกลาง ซึ่งมีให้เลือกทั้งหมด 3 รูปแบบ ได้แก่ Eco, Normal และ Sport ในโหมด Eco หน้าปัดจะแสดงมาตรวัดความเร็วในรูปแบบอนาล็อก เช่นเดียวกับมาตรวัดความเร็วแบบรถยนต์ปกติ และแถบสีเขียวบริเวณตัวเลขความเร็ว พร้อมไฟแสดงสถานะโหมด Eco สีเขียว

ในโหมด Normal หน้าปัดจะแสดงมาตรวัดความเร็วในรูปแบบอนาล็อก จากแถบสีเขียวในโหมด Eco จะถูกเปลี่ยนเป็นแถบสีเทา และไม่มีไฟแสดงสถานะโหมด Normal 

โหมด Sport หน้าปัดจะถูกเปลี่ยนจากมาตรวัดความเร็ว เป็นมาตรวัดแสดงสถานะกำลังการขับเคลื่อนของรถจาก 0 ถึง 100 เปอร์เซนต์ ในรูปแบบอนาล็อกพร้อมแถบสีแดง ตรงกลางจะแสดงความเร็วแบบตัวเลขดิจิตอล ที่จะถูกไล่ลำดับขึ้นไปตามความเร็วของรถยนต์

ขับเคลื่อนโดยใช้มอเตอร์ไฟฟ้าชนิดซิงโครนัสแม่เหล็กถาวร ที่ให้พละกำลังสูงสุด 120 แรงม้า (88kW) แรงบิดสูงสุด 295 นิวตัน-เมตร เชื่อมต่อผ่านระบบเกียร์แบบ Single-Speed ที่สามารถเลือกตำแหน่งเกียร์ผ่านปุ่มกดบริเวณคอนโซลกลาง และสามารถพารถยนต์ไปที่ความเร็วสูงสุดที่ 165 กิโลเมตร/ชั่วโมง 

แบตเตอรี่ที่ใช้สำหรับเก็บพลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อนนั้น เป็นแบตเตอรี่แบบลิเธียม-ไอออน โพลิเมอร์ ขนาด 28 kWh ที่สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุดที่ 280 กิโลเมตร ใช้เวลาในการชาร์จไฟแบบปกติอยู่ที่ 4 ชั่วโมง 25 นาที โดยประมาณ และการชาร์จไฟแบบ Quick Charge ที่กำลังการชาร์จไฟขนาด 50 kW จะใช้เวลา 30 นาที และ 23 นาทีโดยประมาณ

เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดกับระบบ Regenerative Braking System ที่สามารถควบคุมได้ด้วยปุ่ม Paddle Shift บริเวณด้านหลังพวงมาลัย มีทั้งหมด 4 ระดับ 

มีระบบ Blind Spot Detection ที่จะทำหน้าที่ตรวจจับรถในจุดอับสายตาขณะขับขี่ โดยทำงานควบคู่กันกับระบบ Lane Change Assist ที่จะช่วยตรวจจับรถในเลนด้านข้างในขณะที่ผู้ขับขี่กำลังจะเปลี่ยนเลน และยังทำงานร่วมกับระบบ Rear Cross Traffic Alert 

มีระบบ Lane Departure Warning (LDW) หากรถกำลังเคลื่อนออกจากช่องจราจร ระบบจะส่งเสียงเตือนให้นำรถกลับเข้าสู่ช่องจราจรเดิม ระบบ Lane Keeping Assist (LKA) ที่ใช้กล้องตัวเดียวกัน ในการตรวจจับเส้นแบ่งช่องการจราจร เมื่อรถกำลังเคลื่อนออกจากช่องจราจร ระบบจะสั่งการให้หักพวงมาลัยกลับมาในช่องจราจร อันนี้หักกลับแบบรู้สึกถึงแรงผลักพวงมาลัยเลยนะครับ 

Hyundai  IONIQ Electric อนาคตที่รอคุณมาเสียบปลั๊ก

ที่ชอบมากคือ Smart Cruise Control (SCC) ระบบจะทำงานโดยใช้เรดาร์ที่อยู่บริเวณโลโก้บนกระจังหน้า ในการรักษาระดับความเร็วแบบแปรผัน ตามความเร็วของรถที่อยู่ด้านหน้า และผู้ขับขี่ ยังเลือกระดับการรักษาระยะห่างจากรถที่อยู่ด้านหน้าได้อีกด้วย เพิ่มความสะดวกสบายและปลอดภัยขณะขับขี่ ระบบ Forward Collision Warning (FCW) ที่ช่วยเตือนเมื่อขับรถเข้าใกล้รถคันหน้ามากเกินไป และระบบ Autonomous Emergency Braking System (AEB) ที่จะช่วยเบรกรถอัตโนมัติ ในกรณีที่คนขับไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง หรือในกรณีที่คนเดินถนนเดินตัดผ่านหน้ารถในระยะกระชั้นชิด กล้องบริเวณด้านบนกระจกบังลมหน้า และเรดาร์บริเวณกระจังหน้า จะทำหน้าที่ตรวจจับวัตถุและคนเดินถนน และจะสั่งการให้รถหยุดโดยอัตโนมัติ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ ทดลองในความเร็วประมาณ 110 กม./ชม. บนทางด่วนศรีสมาน 

สรุปว่าโดยรวมชอบมาก ฟีลลิ่งการขับเหมือนรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเลยครับ ทั้งเสียงเครื่องยนต์ที่จำลองมา ทั้งอัตราเร่งที่มาไวตามสั่ง ส่วนราคารถยนต์แห่งอนาคตคันนี้อยู่ที่ 1,749,000 บาท เราหนีอนาคตไม่พ้นหรอกครับ อยู่ที่เราจะเป็นคนกลุ่มแรก ๆ ที่ก้าวนำหรือเปล่าเท่านั้นเอง 

Comments

lifestyle

VDO Update

Merigin

Related Post