Another One Bites The Dust "Queen" เปลี่ยนแปลงแต่ไม่เปลี่ยนไป - Mixmaya.Com
  • Home
  • entertainment
  • Another One Bites The Dust "Queen" เปลี่ยนแปลงแต่ไม่เปลี่ยนไป
Another One  Bites The Dust "Queen" เปลี่ยนแปลงแต่ไม่เปลี่ยนไป

Another One Bites The Dust "Queen" เปลี่ยนแปลงแต่ไม่เปลี่ยนไป

Another One  Bites The Dust "Queen" เปลี่ยนแปลงแต่ไม่เปลี่ยนไป

Queen คือวงดนตรีที่ผมชื่นชอบที่สุด อยากดูคอนเสิร์ตมากที่สุด และเป็นวงที่ผมตกหลุมรักเพลงของพวกเขาตั้งแต่ได้ยินเพลง Bohemian Rhapsody เป็นครั้งแรก เมื่อตอนอยู่ประถมหก 

สิ่งที่ทำให้ควีนแตกต่างจากวงร็อคอื่น ๆ คือ การมี เฟรดดี้ เมอคิวรี่ เป็นทั้งนักร้องนำ และแกนหลักของวง เขาโดดเด่นและมีคาแรคเตอร์ทั้งเสียงร้อง การแสดงบนเวที การแต่งกาย 

ประเด็นต่อมา ไม่ว่าควีนจะประสบความสำเร็จขนาดไหน ทั้งสี่คนไม่เคยแตกคอแยกวงกันเลย ฉะนั้นสำนวนที่ว่า “ดังแล้วแยกวง” ใช้กับควีนไม่ได้ 

อีกทั้ง สมาชิกทั้งสี่คนคือ เฟรดดี้ เมอคิวรี่, ไบรอัน เมย์, จอห์น ดีคอน และ โรเจอร์ เทย์เลอร์ ชอบที่จะทดลองแนวดนตรีใหม่ ๆ เปลี่ยนสูตร เพิ่มสีสันใหม่ ๆ ตั้งแต่วิธีการบันทึกเสียงคอรัสให้เป็นโอเปร่า อย่างในเพลง Bohemian Rhapsody หรือ Somebody to Love 

ไปจนถึงการปรับเปลี่ยนแนวดนตรี ทั้งแบบย้อนยุคอย่างในเพลง Crazy Little Thing Called Love ที่มาในแนวร็อคอะบิลลี่แบบเอลวิส หรือแนวชิค ๆ ให้เข้ากับยุคสมัยอย่างเพลงของบทความนี้ที่ชื่อ Another One Bites The Dust

แรงบันดาลใจของเพลงนี้เริ่มจากจอห์น ดีคอน มือเบสของวง คนแต่งเพลงนี้ไปขลุกอยู่ในสตูดิโอที่วง Chic ของ ไนล์ ร็อดเจอร์ส ซึ่งเป็นเจ้าพ่อเพลงแนวฟังกี้กำลังบันทึกเพลง Good Times และได้ไอเดียรูปแบบการเดินจังหวะกลองแบบดิสโก้ การดึงเบสกับสไตล์การปาดกีตาร์แบบฟังกี้มาใช้ 

ดังนั้นถ้าจะเรียกว่า เพลงนี้เป็นเพลงแนวชิค ๆ ก็ไม่ผิดความจริงแต่ประการใด 

อีกคนที่มีอิทธิพลกับความสำเร็จของเพลงนี้คือ ไมเคิล แจ็คสันครับเพราะเขากับ เฟรดดี้ เมอคิวรี่ คุ้นเคยสนิทสนมกัน วันนึงไมเคิลก็บอกว่าควีนน่าจะทำเพลงแบบมีจังหวะที่ “แมวเต้นได้” พอเฟรดดี้เอาเพลงนี้ไปให้ไมเคิลฟัง จบปั๊บแล้วก็ฟันธงว่า ออกเป็นซิงเกิลเถอะ ขึ้นอันดับหนึ่งแน่นอน 

แล้วก็จริงอย่างที่ราชาเพลงป๊อปบอก เพลงนี้กลายเป็นเพลงอันดับหนึ่งเพลงที่สองของควีนในอเมริกา เป็นซิงเกิลที่ขายดีที่สุดของควีน

ยุค 4.0 นี้เป็นยุคที่ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นชัดเจนแบบเลี่ยงไม่ได้และรุนแรงในหลายมิติ เขาถึงใช้คำว่า Disruptive คือไม่ใช่เปลี่ยนธรรมดา มันเปลี่ยนแบบทำลายของเดิมลงด้วย ต่างจากความเปลี่ยนแปลงในอดีตที่การก้าวเดินไปข้างหน้าออกจาก “พื้นที่ปลอดภัย” ไม่ใช่เรื่องง่าย 

ต้องอาศัยทั้งความกล้าและบ้าบิ่นในการทดลอง ซึ่งควีนได้ทำแล้วหลายครั้ง หลายคราว และพิสูจน์ให้แฟน ๆ เห็นว่า ไม่ว่ากลิ่นอายดนตรีของพวกเขาจะเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย 

แต่จิตวิญญาณของความเป็นศิลปินในเพลงของควีน ไม่เคยเปลี่ยนไป 

สุขสันต์วันที่ยังมีเพลงของควีนให้เราฟังครับ 

 

Comments

entertainment

VDO Update

Merigin

Related Post