ช่วงนี้เราจะเห็นธุรกิจอุตสาหกรรมยานยนต์ถูกเปลี่ยนโฉมหรือทรานส์ฟอร์มโดยเทคโนโลยี(Digital Disruption) ที่ชัดเจนมากขึ้นรวมถึงรถขับเคลื่อนอัตโนมัติ (Autonomous driving) รถพลังงานไฟฟ้า(Electric Vehicles) และรถ connected car ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตบนท้องถนนมากขึ้น และเมื่ออุตสาหกรรมหนึ่งมีการทรานส์ฟอร์มย่อมจะส่งผลให้มีการปรับปรุงกระบวนการด้านซัพพลายเชนและลอจิสติกส์ด้วยเช่นกัน ซึ่งถือเป็นกระบวนการสำคัญในการนำนวัตกรรมยานยนต์มาสู่ผู้บริโภค
ในยุค Automobility ที่ต้องการการขนส่งที่รวดเร็ว ไร้ขีดจำกัดเรื่องระยะทางพร้อมการประหยัดต้นทุน คือปัจจัยที่ธุรกิจลอจิสติกส์ควรให้ความสำคัญพอๆกับการให้ความสำคัญกับสินค้า ขณะที่โลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์ที่ใช้น้ำมันไปสู่รถยนต์ไฟฟ้าและคาดว่าจะมีการยุติการผลิตรถยนต์ที่ใช้น้ำมันในปี2035เพื่อมุ่งสู่การสร้างการเดินทางที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม[1]รถยนต์ในอนาคตจะมีความซับซ้อนขึ้นจากระบบคอมพิวเตอร์ที่ถูกติดตั้งเพื่อควบคุมสมรรถนะเครื่องยนต์ มีกลไกการตัดสินใจด้วยความสามารถของ AI การเชื่อมกับอินเทอร์เน็ตบนระบบ5G และระบบคลาวด์เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงบริการออนไลน์ขณะเดินทางและแชร์ตำแหน่งรถยนต์ได้ ความเปลี่ยนแปลงนี้ก่อให้เกิดผลต่อซัพพลายเชนในอุตสาหกรรมยานยนต์หลายๆด้าน เช่น ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่มีขนาดเล็กลง น้ำหนักเบา มีความเปราะบางมากขึ้นและต้องการการปกป้องเพื่อให้ปลอดภัยจากอุณหภูมิที่สูงหรือต่ำมาก รวมถึงการคายประจุไฟฟ้าสถิต การกระแทก และการสั่นสะเทือนระหว่างการขนส่ง ผู้ให้บริการขนส่งจึงต้องนำเทคโนโลยีและโซลูชั่นเฉพาะด้านมาใช้ในการจัดการปัญหาเหล่านี้
ดีเอชแอลได้จัดงานDHL Auto-Mobility Discovery Fair เมื่อเร็วๆนี้ เพื่อตอกย้ำถึงความสำคัญของนวัตกรรมการขนส่งใหม่ๆในภาคธุรกิจยานยนต์ ที่ช่วยตอบโจทย์ความต้องการของตลาดที่ประกอบด้วยความรวดเร็วในการจัดส่ง การลำเลียง การเรียกคืนสินค้า ความแม่นยำในการจัดเก็บชิ้นส่วนยานยนต์ในคลังสินค้า โดยใช้เทคโนโลยีและโซลูชั่นในการขนส่ง เช่น Ring Scannerอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานที่เกี่ยวกับยานยนต์ และช่วยปรับปรุงงานประจำในส่วนของการรับและจัดเรียงสินค้า Outbound Real-time dashboardเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการจัดส่งสินค้าสู่โรงงานผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์ รองรับการวางแผนและจัดส่งแบบ just-in-time และถูกใช้งานในการกระจายสินค้าสำหรับคลังสินค้าอะไหล่รถยนต์Vision Pickingอุปกรณ์สวมใส่AR ที่ช่วยแจ้งพนักงานคลังสินค้าให้เรียงและจัดเก็บสินค้าได้อย่างถูกต้องและOn Demand deliveryที่ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถควบคุมวันที่ เวลา และสถานที่จัดส่งอย่างยืดหยุ่น แม้กระทั่งระหว่างการจัดส่ง
การพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีAIหรือ IoTที่ช่วยปรับปรุงการตรวจสอบซัพพลายเชนด้วยอุปกรณ์ตรวจสอบติดตามราคาประหยัดที่ทำงานได้อย่างแม่นยำ สามารถตรวจสอบและรายงานตำแหน่งที่ตั้งของสินค้าที่จัดส่งได้ หรือการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนที่คาดว่าจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นในระบบซัพพลายเชนให้มีความโปร่งใส ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของโลกของการขนส่งรถยนต์ การปรับเปลี่ยนสู่ระบบดิจิทัล (Digitalization) กำลังมีบทบาทสำคัญในการช่วยยกระดับประสิทธิภาพ และนำเสนอแนวทางธุรกิจใหม่ๆในโลกของการขนส่งรถยนต์ อย่างไรก็ตามเราจะสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มศักยภาพหากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในซัพพลายเชนการขนส่งรถยนต์ร่วมกันสำรวจรับมือกับความท้าทายและโอกาสใหม่ๆ
ปัจจุบันดีเอชแอลสร้างดิสทริบิวชั่นเซ็นเตอร์ ร่วมกับการใช้หุ่นยนต์ รถยนต์และรถยนต์ไฟฟ้ากว่าแสนคันสำหรับให้บริการลูกค้าในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ จากการประเมินสัดส่วนจากศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์คาดว่าการใช้หุ่นยนต์ต่อจำนวนแรงงานตามค่าเฉลี่ยโลกอยู่ที่69ตัวต่อแรงงาน10,000คน และหุ่นยนต์อย่างน้อย3,000ตัวจะถูกนำมาใช้ในงานด้านโลจิสติกส์อีก5ปีข้างหน้าวงการลอจิสติกส์ในอนาคตจึงเริ่มมองหาบุคลากรที่เชี่ยวชาญด้านบล็อกเชนเพื่อเสริมสมรรถนะการขนส่งด้านความปลอดภัย ความโปร่งใส และคาดว่าจะช่วยลดต้นทุนและร่นระยะเวลาการทำงาน
อย่างไรก็ดีทักษะของบุคลากรและบุคลากรที่มีความสามารถยังคงเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อคความท้าทายงานด้านลอจิสติกส์ในธุรกิจยานยนต์ดีเอชแอลยังคงสร้างบุคลากรที่มีองค์ความรู้ด้านลอจิสติกส์และนวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่องเพื่อตอบโจทย์การทำงานในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์และโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
ติดตามข่าวสารได้ที่: https://www.facebook.com/DHLExpressThailandforSMEs
https://www.instagram.com/dhl_express_thailand /



Comments