ถ้าความจริงวันนี้คนเราเลือกเกิดไม่ได้เเต่เราสามารถเลือกที่จะตายอย่างสงบได้คุณจะรู้สึกอย่างไร?
ในวงการเเพทย์มีอยู่คำนึงที่หลายคนอาจเคยได้ยินมาเเล้ว "การุณยฆาต" วันนี้ MiXMAYA นำเรื่องราวสุดน่าสนใจนี้มาให้เพื่อนๆได้รู้จัก

การุณยฆาตสิทธิ์ที่มนุษย์พึงมี
การุณยฆาตคือการช่วยให้ผู้ป่วยได้จากไปอย่างสงบ อย่างมีศักดิ์ศรี โดยจะเป็นการตัดสินใจของผู้ป่วยเอง เราสามารถพิจารณาเข้ารับการุณยฆาตได้หากมีอาการเจ็บป่วยเรื้อรังก่อให้เกิดความเจ็บปวดหรือร่างกายเสื่อมโทรมจนไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ หรือกรณีอื่นๆทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิตของทีมแพทย์ด้วย ฝ่ายสนับสนุนการการุณยฆาตมองว่ามันคือสิทธิ์พื้นฐาน มนุษย์ควรมีสิทธิ์เลือกที่จะจบลมหายใจของตนได้ ในขณะที่ฝ่ายต่อต้านส่วนมากมักมองว่าการฆ่าตัวตายนั้นเป็นบาป

จุดเริ่มต้นของการุณยฆาต
การการุณยฆาตเริ่มต้นตั้งเเต่สมัย 500 ปีก่อนคริสศักราช ชาวกรีกโบราณเเละชาวโรมันต่างเปิดกว้างกับการฆ่าตัวตายเเละการการุณฆาต
แต่หลังจากการเเพร่หลายของศาสนาคริสต์ที่มีมุมมองว่าการฆ่าตัวตายนั้นเป็นบาป ทำให้การการุณยฆาตกลายเป็นเรื่องต้องห้าม
ในปี 1700 - 1800 เริ่มมีงานเขียนต่อต้านเเนวคิดของศาสนจักร การการุณยฆาตจึงได้กลับมาโลดแล่นในอีกครั้งในเเง่มุมของการถกเถียงว่าสมควรหรือไม่
เข้าสู่ปี 1870 ซามูเอล วิลเลียม (Samuel Williams ) สนับสนุนการใช้มอร์ฟีนและยาอื่นๆในการการุณยฆาต โดยเขาได้ค้นพบว่า มอร์ฟีนที่ถูกใช้ในการทุเลาความเจ็บปวดนั้นสามารถนำมาใช้ในการการุณยฆาตได้จึงเริ่มเผยแพร่แนวคิดนี้ขึ้นมาแต่ก็ยังไม่ได้รับการสนับสนุนมากนัก
จนในที่สุดปี 1915 ศัลยเเพทย์ แฮรี่ เจ ไฮเซลเดน (Harry J. Haiselden) เป็นหัวหน้าศัลยแพทย์ที่โรงพยาบาลอเมริกันเยอรมันในชิคาโก ได้ปฏิเสธที่จะดำเนินการผ่าตัดที่จำเป็นสำหรับเด็กที่เกิดมาพร้อมกับความบกพร่องรุนแรงและอนุญาตให้การุณยฆาตทารกได้
ปัจจุบันมีเพียงไม่กี่ประเทศที่สามารถทำการการุณยฆาตได้ แคนาดา, สหรัฐอเมริกา (ในบางรัฐ), โคลอมเบีย, เนเธอร์แลนด์, เบลเยียม, ลักเซมเบิร์ก, สวิตเซอร์แลนด์, ออสเตรเลีย (ในบางรัฐ) และญี่ปุ่น โดยเนเธอร์เเลนด์เป็นประเทศเเรกของโลกที่รองรับการการุณยฆาตมาตั้งเเต่ ค.ศ. 2002
รูปแบบของความตายเเละค่าใช้จ่าย
การุณยฆาตมี 2 แบบ คือแบบ Passive และ Active
แบบ Passive คือหยุดการรักษาผู้ป่วยให้ผู้ป่วยเสียชีวิตลงเอง เช่น ถอดเครื่องช่วยหายใจ เป็นต้น โดยวิธีจะถูกใช้อย่างแพร่หลายเป็นที่ยอมรับในสถานพยาบาลต่างๆ
แบบ Active คือการใช้สารเร่งเพื่อให้ผู้ป่วยเสียชีวิตลง อาจด้วยการฉีดหรือการกินทำให้หลับเเล้วหัวใจหยุดเต้นไปเอง ทำให้เกิดเป็นประเด็นโต้แย้งถึงความเหมาะสมทางด้านศีลธรรม
ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีกำลังจ่ายเพื่อเข้ารับการการุณยฆาตที่มีราคาสูงถึง 10,000 ยูโร หรือตีเป็นเงินไทยประมาณ 350,000 บาท โดยราคาอาจสูงกว่านี้ อีกทั้งยังไม่รวมกับค่าเดินทางเเละที่พักที่ต้องออกเอง
ต่อสู้เพื่อจะตาย
เเม้ในประเทศที่การการุณยฆาตอย่างถูกกฏหมายอย่างเเคนาดาก็ไม่ได้แปลว่าผู้ป่วยทุกคนจะได้รับสิทธิ์นั้น อดัม ไมเออร์ เคลย์ตอน (Adam Maier-Clayton) อีกหนึ่งกรณีศึกษาเขาได้ป่วยเป็นโรคทางจิต สมองทำให้ร่างกายเขารู้สึกเหมือนโดนน้ำกรดราด อาการทวีความรุนเเรงขึ้นเเม้จะรักษาเท่าไหร่ก็ไม่ได้ทำให้โรคนี้หายไป อดัมตัดสินใจเข้ารับการการุณยฆาตเเต่ได้รับการปฏิเสธเพราะเขาป่วยเป็นโรคทางจิต หลังจากผิดหวังกับข้อจำกัดนี้ เขาได้ทำแคมเปญรณรงค์จำนวนมากเพื่อต่อสู้ให้ผู้ป่วยทางจิตมีสิทธิ์ได้รับการุณยฆาต ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะตายหากไม่เช่นนั้นผู้ป่วยที่เผชิญปัญหาแบบเดียวกับเขาจะฆ่าตัวตายเเทนไม่เพียงโรคที่เขาเป็น โรคจิตเภท ไบโพล่า หรืิอผู้ป่วยทางจิตอื่นๆก็เช่นกัน ข้อจำกัดนี้ควรจะเปลี่ยนแปลงนั่นคือความตั้งใจของอดัมก่อนที่จะจบชีวิตตัวเองลงในวันที่ 13 เมษายนปี 2017 ครอบครัวของอดัมจึงต่อสู้เเละสืบต่อเจตนารมณ์ของอดัมยืนหยัดเรียกร้องสิทธิ์ให้แก่ผู้ป่วยทางจิต
การุณยฆาตกับประเทศไทย
ในประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายรับรองเรื่องการทำการุณยฆาต มีเพียงการทำหนังสือแสดงเจตนา (Living Will หรือ Advance Directives) ตามพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มาตรา 12 ซึ่งถือเป็นการแสดงเจตนาของบุคคลเพื่อที่จะกำหนดวิธีการดูแลรักษาของผู้ป่วยในวาระสุดท้ายของชีวิตตนเอง ที่จะขอตายอย่างสงบตามธรรมชาติ ไม่ถูกเหนี่ยวรั้งด้วยเครื่องมือต่าง ๆ จากเทคโนโลยีต่าง ๆ ในอนาคตอาจมีการเรียกร้องสิทธิ์การุณยฆาตก็เป็นได้ เนื่องจากการเข้ารับการุณยฆาตในต่างประเทศมีราคาที่ค่อนข้างสูงเกินกว่าที่บางคนจะจ่ายไหว
บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อให้ความรู้เเละความเข้าใจเบื้องต้นแก่คนทั่วไปไม่ได้มีเจตนาสนับสนุนการฆ่าตัวตายเเต่อย่างใด



Comments