'' น้ำตาพะยูน '' ความเชื่อผิดๆ ที่โหดร้าย

ช่วงนี้เราจะเห็นข่าวพะยูนตายจำนวนหลายตัวในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งจากการตรวจสอบในเบื้องต้นจากกรมประมงจังหวัดกระบี่ทราบว่า เขี้ยวของพะยูนถูกตัดออกไป ซึ่งไม่สามารถระบุได้ว่า ถูกตัดก่อน หรือหลังจากที่ตายไป ซึ่งเชื่อว่าน่าจะหลังจากที่ตายแล้ว เพื่อนำไปทำคุณไสยตามความเชื่อ วันนี้ทาง MiXMAYA จะพามาทำความรู้จักเกี่ยวกับความเชื่อแบบผิดๆ ของการนำชิ้นส่วนพะยูนไปทำคุณไสยกัน ว่าทำไมถึงต้องเป็นชิ้นส่วนพะยูนที่เอามาทำคุณไสยกัน
พะยูน เป็นสัตว์ที่ทำให้นักเดินเรือในยุคกลาง เชื่อว่าคือนางเงือก เนื่องจากแม่พะยูนเวลาให้นมลูกมักจะกอดอยู่กับอกและตั้งฉากกับทะเล ทำให้แลเห็นในระยะไกลคล้ายผู้หญิงอยู่ในน้ำ
พะยูน มีชื่อเรียกในภาษายาวีและอูลักลาโว้ยว่า ''ดูหยง'' อันมีความหมายว่า หญิงสาว หรือผู้หญิงแห่งท้องทะเล มีนิทานพื้นบ้านเล่าว่า พะยูนเดิมเป็นผู้หญิงตั้งครรภ์และอยากกินหญ้าทะเล สามีจึงจึงลงไปนำหญ้าทะเลมาให้ แต่ว่าไม่พอแก่ใจ จึงลงไปกินหญ้าทะเลเองในน้ำ เมื่อน้ำขึ้น ก็กลายเป็นพยูนไป และได้ให้สัญญากับสามีว่า ถ้าต้องการพบให้ปักเสาไม้ลงไปหนึ่งเสา และจะมาที่เสานี้ตามที่เรียก
มีความเชื่อว่า ทั้งเนื้อ กระดูก เขี้ยวพะยูน มีคุณสมบัติทางเมตตามหานิยม เรียกในวงการตลาดมืดว่า "งาช้างน้ำ" มีราคาแพง โดยนำไปทำเป็นหัวแหวนเหมือนกับหนามปลากระเบน นอกจากนี้น้ำตาปลาพะยูน หรือที่ชาวเลเรียก ดุหยง นั้น เป็นของขลังทางเสน่ห์อย่างแรงกล้า เช่นเดียวกับน้ำมันพราย ซึ่งเนื้อเพลงพื้นบ้านของชาวเลก็มีเรื่องราวกล่าวถึงเสน่ห์ของน้ำตาพะยูน ว่า ตันหยง ตันหยง หยงไหรละน้อง บังไปไม่รอดเสียแล้วเด ถูกเหน่ น้ำตาปลาดุหยง คดข้าวสักหวัด คิดถึงน้องรัก บังกินไม่ลง ถูกเหน่ น้ำตาปลาดุหยง บังกินไม่ลงสักคำเดียว ในสังคมชาวเลอูลักลาโว้ย ความเชื่อในเรื่องเหนือธรรมชาติและเสน่ห์ยาแฝดมีมาตั้งแต่บรรพบุรุษ
ซึ่งการแอบล่าพะยูนเพราะมีความเชื่อว่าแบบผิด ๆ ด้านเมตตามหานิยมดังนี้
1. เนื้อกับกระดูกใช้บำรุงร่างกาย
2. เขี้ยวใช้ทำเครื่องราง
3. น้ำตา" ก็เชื่อกันว่าทำเสน่ห์ได้
วิธีการที่ได้มาของน้ำตาพะยูน
มีเรื่องเล่ามาว่าโหดเหี้ยมมาก บ้างก็ว่าต้องไปขโมยลูกพะยูนเล็กๆ ออกมาจากอกแม่ ให้ตัวแม่ร้องไห้คิดถึงลูก บ้างก็ใช้วิธีเฆี่ยนตีทรมาน ให้พะยูนร้องไห้น้ำตาหยดแหมะๆ
จากนั้นเอาน้ำตาที่ได้ไปผสมกับน้ำว่านนั่นน้ำมันนี่ เชื่อกันว่ามีฤทธิ์เป็นเสน่ห์เหมือนน้ำมันพรายผีตายโหงก็มิปาน โดยความเชื่อนี้สะท้อนผ่านเพลงท้องถิ่นที่ร้องกันว่า
"ตันยง ตันหยง ยงไหรละน้องยังดอกเหม พี่ไปไม่รอดเสียแล้วเน โถกเหน่น้ำตาปลาดุหยง"
อารมณ์ประมาณ ผู้ชายเขาโอดว่าไปไหนไม่รอด เพราะถูกเสน่ห์น้ำตาปลาดุหยง หรือน้ำตาพะยูน
หากยังหาสาเหตุทางธรรมชาติไม่ได้ว่าทำไม มาเรียม ถึงหลงฝูงออกมา อดคิดไม่ได้ว่ามีใครกระทำเพื่อต้องการน้ำตาพะยูนหรือไม่
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : panyaandaman.com และ Street Hero Project



Comments