
เมื่อไม่นานมานี้ได้มีการปลุกเร้าความสนใจเกี่ยวกับขยะพลาสติกให้ตื่นตัวอีกครั้งทั้งในสื่อทั่วไปและสื่อสังคมออนไลน์โดยเฉพาะขยะพลาสติกในทะเลและมหาสมุทรที่กลายมาเป็นหัวข้อสำคัญในปัจจุบันรวมถึงการปรากฏตัวของ“ไมโครพลาสติก”ที่เป็นอนุภาคพลาสติกขนาดความยาวเล็กกว่า 5 มม.ไมโครพลาสติกประกอบด้วยเส้นใยขนาดเล็กที่ได้จากใยสังเคราะห์ไมโครบีดส์ นำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ประเภทสุขอนามัยและความงามและพลาสติกอนุภาคเล็กอื่นๆที่เกิดจากการย่อยสลายของพลาสติกขนาดใหญ่เมื่อเวลาผ่านไป
แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ปัญหาใหม่แต่อย่างใดเป็นเวลาหลายสิบปีแล้วที่ผู้คนและบริษัทต่างๆทั่วโลกจำนวนนับไม่ถ้วนได้พยายามทำตามแนวทางการ“ลดใช้ซ้ำและรีไซเคิล”เพื่อลดขยะพลาสติกโดยการลดปริมาณพลาสติกที่ต้องใช้รวมถึงจำนวนพลาสติกที่ต้องทิ้งไปด้วยแต่ปัญหาด้านพลาสติกเป็นปัญหาที่แก้ได้ยากเหมือนตัวพลาสติกเองที่ย่อยสลายยากและดูเหมือนจะไม่หายไปไหน
ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพลาสติกที่คุณควรรู้ •มีการผลิตพลาสติกทั่วโลกเพิ่มขึ้นจาก 2 ล้านตันในปีพ.ศ. 2493 เป็น 380 ล้านตันในปีพ.ศ. 25582 •พลาสติก 7,800 ล้านตันที่ผลิตได้ในปีพ.ศ. 2493 ถึงพ.ศ. 2558 จำนวนประมาณครึ่งหนึ่งมีการผลิตในช่วงเพียง 13 ปีที่ผ่านมานี้2 •การผลิตพลาสติกเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าจำนวนประชากรโลก |
การลดการผลิตพลาสติก
หากคุณคิดถึงการกำจัดขยะคุณจะต้องนึกถึงหลักการ“3 R”- Reduce (ลด) Reuse (ใช้ซ้ำ) และ Recycle (รีไซเคิล) ซึ่งจัดเรียงลำดับกันตั้งแต่ทำได้ง่ายสุดไปจนถึงทำได้ยากที่สุด และในฐานะที่เป็นบริษัทผู้ผลิตอาหารระดับโลกบริษัท Ajinomoto ได้มุ่งความสนใจไปที่การลดการผลิตพลาสติกมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว
ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2543 ความพยายามในการลดการใช้พลาสติกประสบความสำเร็จในผลิตภัณฑ์ 72 ชนิดนั่นทำให้สามารถลดการใช้พลาสติกต่อปีไปได้ถึง 3,500 ตันเพื่อให้เห็นภาพว่าปริมาณนี้มีจำนวนมากแค่ไหนให้ลองนึกถึงช้างเอเชียขนาดทั่วไปที่มีน้ำหนักประมาณ 2.5 – 5.5 ตัน ซึ่งเราสามารถลดการใช้ขยะพลาสติกลงได้คิดเป็นปริมาณเท่ากับช้าง 1,000 ตัวต่อปี3
ในบางกรณีเราสามารถใช้วัสดุอื่นแทนพลาสติกได้ยกตัวอย่างเช่นการเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงรส“HON-DASHI®”จากพลาสติกเป็นกระดาษทำให้เราสามารถลดการใช้พลาสติกลงไปได้ถึง 11 ตันต่อปี
ในกรณีที่จำเป็นต้องใช้พลาสติกเพื่อความปลอดภัยและยืดอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์เราใช้การพัฒนาปรับปรุงรูปร่างและวิธีการบรรจุรวมถึงทำให้ผลิตภัณฑ์มีขนาดกะทัดรัดขึ้น (น้ำหนักเบา) เพื่อช่วยแก้ปัญหาในส่วนนี้ยกตัวอย่างเช่น ในผลิตภัณฑ์กาแฟสำเร็จรูป“Blendy®Café Latory®”เราสามารถลดขนาดความยาวบรรจุภัณฑ์แบบ“แท่ง”ลงได้ 20 มม. ทำให้สามารถลดการใช้ขยะลงไปได้อีก 20 ตัน
เรามีผลิตภัณฑ์ที่ลดขนาดบรรจุภัณฑ์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และไม่ได้มุ่งเป้าไปแค่เฉพาะผลิตภัณฑ์ในตลาดญี่ปุ่นเท่านั้นแต่เราสามารถลดการใช้พลาสติกไปได้กว่า 2,000 ตันต่อปีโดยการออกแบบขนาดใหม่ให้กับผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงรส“Masako®”ที่ขายในประเทศอินโดนีเซียด้วยเช่นกัน
Eat Well,Live Well.
ตัวอย่างการลดการใช้พลาสติกในผลิตภัณฑ์ของกลุ่มบริษัทอายิโนะโมะโต๊ะ
แล้ว“การใช้ซ้ำ”ล่ะ? “การใช้ซ้ำ”หรือ Reuse เป็น R ตัวที่สองในจำนวน“3 R”ซึ่งเป็นแนวคิดที่ดีหากวัสดุถูกต้องเหมาะสมยกตัวอย่างเช่นเราใช้แก้วซ้ำเสมอเนื่องจากมีความแข็งแรงและทำความสะอาดได้ง่ายแน่นอนว่ามีสินค้าพลาสติกที่มีความทนทานเช่นถาดที่ใช้ในโรงอาหารและเก้าอี้ที่ใช้ภายนอกอาคารซึ่งจะมีการใช้ซ้ำหลายครั้งแต่พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งเช่นขวดเพ็ท (PET) ไม่เหมาะสำหรับการนำกลับมาใช้ซ้ำเนื่องด้วยเหตุผลความแข็งแรงและความสะอาด |
การรีไซเคิล (การหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่): ความท้าทายที่ใหญ่หลวงที่สุด
โชคร้ายที่การลดการใช้พลาสติกยังไม่เพียงพอ ที่จะลดขยะพลาสติกในโลกของเราเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายเราต้องมุ่งความสนใจอย่างมากไปที่การรีไซเคิลสำหรับผู้คนส่วนใหญ่การรีไซเคิลพลาสติกอาจฟังดูไม่ยากมากนัก แค่แยกขวดน้ำพลาสติกออกจากขยะอื่นๆแล้วรถเก็บขยะก็มาเก็บทุกอย่างไปแต่ความจริงคือการรีไซเคิลพลาสติกมีความซับซ้อนกว่าที่ผู้คนคิดมากเหตุผลคือพลาสติกมีมากมายหลายชนิดแตกต่างกันและมีหลากหลายวิธีที่จะสามารถทำการรีไซเคิลได้
ในบรรดาพลาสติกเหล่านี้ขวดเพ็ทเป็นพลาสติกที่รีไซเคิลได้ง่ายเหตุผลก็คือขวดเพ็ททั้งขวดประกอบด้วยพลาสติกเพียงชนิดเดียวคือ“โพลีเอทิลีนเทเรฟทาเลต” (Polyethylene Terephthalate: PET) ดังนั้นขวดเพ็ทจึงสามารถบีบอัดเข้ากันและสามารถนำมาใช้ทำขวดใหม่ได้หรือนำมาใช้ทำวัสดุใหม่และผลิตภัณฑ์ใหม่เช่นสิ่งทอสินค้าพลาสติกชนิดอื่นเช่นถาดในโรงอาหารและแม้กระทั่งอุปกรณ์เครื่องเขียน4
ผลลัพธ์ที่ได้คืออัตราการรีไซเคิลขวดเพ็ทอยู่ในปริมาณค่อนข้างสูงกว่าพลาสติกประเภทอื่นในญี่ปุ่นประมาณ 85% ในยุโรป 42% และในสหรัฐอเมริกา 21%

■อัตราการรีไซเคิลขวดเพ็ท
อัตราการรีไซเคิลขวดเพ็ทจากสภาการรีไซเคิลขวดเพ็ท
แต่พลาสติกที่ใช้กับบรรจุภัณฑ์อาหารสามารถนำมารีไซเคิลได้ยากกว่าหน้าที่หลักของพลาสติกในบรรจุภัณฑ์อาหารคือเพื่อให้มั่นใจว่าอาหารมีความปลอดภัยและลดการสูญเสียของอาหารด้วยเนื่องจากพลาสติกทำหน้าที่เป็นตัวขวางกั้นแบคทีเรียความชื้นแสงอัลตราไวโอเล็ตและ“สิ่งที่ทำให้อาหารเน่าเสีย”อื่นๆเพื่อให้สามารถทำหน้าที่เหล่านี้ได้พลาสติกที่ใช้ในบรรจุภัณฑ์อาหารต้องประกอบด้วยองค์ประกอบหลายชั้นที่ไม่เหมือนกันดังนั้นพลาสติกเหล่านี้จึงไม่สามารถบีบอัดรวมกันและนำมาใช้ได้อีกครั้งเหมือนขวดเพ็ท
■
ตัวอย่างของประเภทชั้นพลาสติกและหน้าที่ในบรรจุภัณฑ์อาหาร
ข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเกี่ยวกับพลาสติกที่คุณควรรู้ พลาสติกที่ใช้สำหรับบรรจุภัณฑ์คิดเป็น 42% ของการผลิตพลาสติกทั้งหมด2 •พลาสติกกว่า 79% ที่ผลิตขึ้นมาทั้งหมดในปีพ.ศ. 2558 ถูกทิ้งอยู่ตามท้องทุ่งหรือในสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติจำนวน 12% ถูกเผาทิ้งและมีเพียง 9% ที่นำมารีไซเคิล2 |
Eat Well, Live Well.
นวัตกรรมการรีไซเคิลพลาสติก
นักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์จำนวนมากทั่วโลกกำลังค้นหาแนวทางใหม่เพื่อแก้ไขปัญหานี้หนึ่งในแนวทางใหม่คือการพัฒนาวัสดุขึ้นมาใหม่เมื่อไม่นานมานี้มีการผลิตพลาสติกที่ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ (Biodegratdable plastic) จากมันสำปะหลังทำให้สื่อจำนวนมากให้ความสนใจว่าจะสามารถนำมาใช้ทดแทนถุงพลาสติกแบบไม่ย่อยสลายที่ใช้งานกันเป็นจำนวนมากในซุปเปอร์มาเก็ตและในร้านสะดวกซื้อโชคไม่ดีที่พลาสติกที่ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาตินั้นมีความเสถียรทางชีวภาพต่ำนั่นหมายความว่าพลาสติกชนิดนี้จะย่อยสลายได้ง่ายเมื่อสัมผัสกับสารชีวภาพจึงทำให้ไม่เหมาะกับการนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์อาหารเนื่องจากพลาสติกต้องทำหน้าที่เป็นตัวขวางกั้นสารชีวภาพยิ่งไปกว่านั้นด้วยเหตุผลในเชิงปฏิบัติความสามารถในการละลายน้ำได้ของพลาสติกนั้นไม่ใช่คุณสมบัติที่เป็นที่ต้องการเท่าใดนักสำหรับบรรจุภัณฑ์ที่ใช้กับอาหาร5
การจัดการพลาสติกในระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน
แนวทางใหม่คือพิจารณาถึงวิธีการอื่นในการรีไซเคิล ซึ่งมี 3 วิธีหลักดังนี้การรีไซเคิลวัสดุ (รีไซเคิลวัสดุพลาสติก) การรีไซเคิลสารเคมี (รีไซเคิลวัตถุดิบที่ใช้ทำพลาสติก) และการฟื้นสภาพพลังงาน (ฟื้นสภาพพลังงาน) แม้ว่าแต่ละวิธีจะมีทั้งจุดแข็งและจุดอ่อน แต่บริษัท Ajinomoto ให้ความสนใจไปที่ทุกนวัตกรรมและการพัฒนาที่สามารถนำเสนอหนทางแก้ไขที่สามารถปฏิบัติได้จริงและส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อม เพราะเราผลักดันให้เกิดการกำจัดขยะพลาสติกในท้ายที่สุดแล้วเราเชื่อว่าแนวทางการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือแนวทางที่สนับสนุนให้“ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน”ลดขยะให้ได้มากที่สุดและปรับปรุงการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพที่สุด

การทำงานอย่างอิสระและการทำงานร่วมกัน
การลดขยะพลาสติกให้เป็นศูนย์ในปีพ.ศ. 2573 (2030) ต้องใช้การผลักดันอย่างต่อเนื่องและไม่สามารถทำให้สำเร็จได้ด้วยองค์กรเดียวนั่นทำให้บริษัท Ajinomoto มองหาผู้ร่วมงานในส่วนนี้อย่างจริงจังตัวอย่างเช่นเราเป็นสมาชิกร่วมสัญญาของ CLOMA—the Clean Oceans Material Alliance ที่ก่อตั้งเมื่อต้นปีนี้โดยอุตสาหกรรมรัฐบาลและสถาบันวิจัยต่างๆ CLOMA ใช้แนวทางในแง่มุมต่างๆเพื่อเปลี่ยน“ระบบนิเวศน์ของพลาสติก”รวมถึงพฤติกรรมการใช้พลาสติกของผู้คนผ่านการใช้นวัตกรรมความร่วมมือและกิจกรรมส่งเสริมการขาย
บริษัท Ajinomoto สามารถลดการใช้ขยะไปได้ในปริมาณมากโดยการออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ในแต่ละผลิตภัณฑ์แน่นอนว่าความพยายามนี้จะมีต่อไปนอกจากนี้เราจะผลักดันความพยายามในการรีไซเคิลพลาสติกให้มากที่สุดเท่าที่เทคโนโลยีจะสามารถทำได้
เราเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าด้วยความพยายามในการทำงานร่วมกันกับองค์กรอื่นและทำงานเฉพาะในองค์กรของตน จะสามารถบรรลุเป้าหมายของเราในการช่วยสร้าง“ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน”ที่ช่วยผู้คนให้กินดีมีสุขต่อไปในโลกอนาคตได้อย่างยั่งยืน




Comments