ประสบการณ์ชวนหัวลุก เรื่อง เขาตามฉันมา - Mixmaya.Com
  • Home
  • entertainment
  • ประสบการณ์ชวนหัวลุก เรื่อง เขาตามฉันมา
ประสบการณ์ชวนหัวลุก เรื่อง เขาตามฉันมา

ประสบการณ์ชวนหัวลุก เรื่อง เขาตามฉันมา


คุณผู้อ่านเชื่อเรื่องวิญญาณหรือไม่ คุณคิดว่ามันมีอยู่จริงหรือเปล่า ฉันเป็นคนหนึ่งที่เชื่อมาตลอด และก็เห็นด้วยตาตัวเองมาบ้าง แต่ก็ไม่กล้าที่จะเล่าให้ใครฟัง เพราะก็กลัวว่าเล่าไปก็ไม่มีใครเชื่อ 

 



วันนั้นฉันไปเดินทางไปเขาใหญ่กับเพื่อน ๆ อีก  7 คน ด้วยรถสองคัน กลุ่มเพื่อนผู้ชายอยู่คันหนึ่ง กลุ่มเพื่อนผู้หญิงอยู่คันหนึ่ง การเดินทางจากกรุงเทพไปสู่นครราชสีมาเป็นไปด้วยความราบรื่นดีจนกระทั่งถึงที่พัก ทุกคนก็ทำกิจกรรมเล่นน้ำ ร้องเพลงจนมาถึงช่วงกลางดึก ด้วยความที่ฉันเป็นคนที่มักจะสัมผัสอะไรแบบนี้ได้อยู่แล้ว ภาพที่เห็นคือบริเวณหน้าบ้านพักมีผู้ชายคนหนึ่งกำลังยืนจ้องมองพวกเราปาร์ตี้กัน แต่ฉันก็ทำเป็นไม่สนใจและไม่กล่าวทักบอกใครทั้งนั้น เพราะคิดว่าเรามาเที่ยวป่าเที่ยวเขา เรื่องแบบนี้ก็คงปกติถ้าเราจะเห็นอะไรแบบนี้ 

ระหว่างที่เรานั่งสังสรรค์กันอยู่นั่นเอง จู่ ๆ เพื่อนผู้ชายก็โพล่งถามเพื่อนอีกคนใกล้ ๆ ว่า "เห้ยมึง มึงก๊งยังวะ กูเห็นเต็มตาเลย" ทันทีที่ฉันได้ยินคำนั้นขนแขนฉันลุกซู่เพราะฉันก็เห็นเหมือนกัน เพื่อนผู้ชายคนนั้นรีบหยิบอาหารและเทเหล้าใส่แก้วเพื่อที่จะนำไปให้เหล่าเจ้าป่าเจ้าเขา เพื่อเป็นการบอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทางก่อนจะกลับมานั่งที่เดิม ระหว่างที่เพื่อนหยิบข้าวของไปเซ่นไหว้ ฉันก็พูดกับพี่ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ว่า "พี่เมื่อกี้หนูเห็นเขายืนอยู่ตรงช่องว่างของเสาค้ำหลังคาหน้าบ้าน เขากำลังมองมาที่โต๊ะเรา แต่ตอนนี้เขาหายไปแล้ว" พี่ข้าง ๆ ฉันหันไปด้านหลังพร้อมกลับหันหน้ามาถามฉันว่า "เขายังอยู่ไหม" ฉันได้เพียงส่ายหน้าและเปลี่ยนเรื่องคุยในทันที ซึ่งฉันก็ภาวนาว่าคงจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นในคืนนี้นะ 

วันที่ 2 ของการไปเที่ยว ทุกคนตื่นมาก็เตรียมตัวที่จะเช็คเอ้าท์เพื่อที่จะออกเดินทางไปยังจังหวัดเพชรบูรณ์ ระหว่างทางการเดินทางวันนั้นทั้งวันไม่เกิดเหตุการณ์ใด ๆ ให้กังวลใจ จนถึงตอนกลางคืน Topic เรื่องเมื่อคืนก็เกิดขึ้นอีกครั้ง "เมื่อคืนมึงสองคนเห็นอะไรกันวะ" ทุกคนในที่นั้นหันมามองหน้ากันจนฉันก็ได้พูดขึ้นว่า "ก็อย่างที่หนูบอกพี่แหละ ว่าเขายืนมองเราอยู่ที่เสา" จู่ ๆ เพื่อนก็พูดโพล่งขึ้นว่า "จะไม่เห็นได้ไง ก็พวกเราไม่ได้ก๊ง ในตอนแรก" ฉันจึงพูดเสริมทันทีว่า "มันคงไม่แปลกหรอกพี่ที่ ๆ เราไปมันเป็นป่าเป็นเขา จะมีเจ้าป่าเจ้าเขามันก็คงเป็นเรื่องปกติ" และในคืนนั้นเราก็จบการสนทนาและแยกย้ายกันเข้าห้องนอน เช้าวันที่สาม Topic เรื่องสิ่งเร้นลับก็คงยังเป็นเรื่องที่พวกเราเลือกที่จะพูดถึงและในเย็นวันนั้นเองพวกเราต้องเดินทางกลับมากรุงเทพ เราก็แยกย้ายรถกันขับเหมือนเดิมผู้ชายคัน ผู้หญิงคัน เราในโปรแกรมพูดคุยในรถสองกันระหว่างทางตลอดจนขับรถมาได้ระยะหนึ่ง คันเพื่อน ๆ ผู้ชายขับนำหน้า คันฉันขับตามหลังคุยสนุกเฮฮากันปกติ และด้วยความคึกคะนองก็ขับตีคู่เล่นกันบ้างตามประสาวัยรุ่น ระหว่างที่ขับตามรถเพื่อนคันข้างหน้าอยู่นั่นเอง จู่ ๆ ฉันก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งเดินตัดหน้ารถฉันและมองหน้ามาหาฉันด้วยสีหน้านิ่งเฉย ทันใดนั้นเองฉันกรี๊ดอย่างสุดเสียง ทำให้เพื่อนผู้หญิงสองคนที่นั่งข้าง ๆ และเพื่อน ๆ ผู้ชายอีกคันที่อยู่ในสายต่างตกใจและถามฉันว่าเกิดอะไรขึ้น ณ ตอนนั้นฉันพยายามตั้งสติกับสิ่งที่เกิดขึ้น และหันไปถามเพื่อนด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือว่า "มึงคิดว่าตอนนี้รถปกติมั๊ย มึงตอบกูว่ารถมันสั่นมั๊ย" เพื่อนสองคนตอบพร้อมกันว่า "ไม่ รถไม่ปกติ รถมันสั่น เห้ย ๆ เดี๋ยวพวกพี่จอดรถข้างหน้าก่อน รถหญิงไม่โอเคแล้ว" หลังจากจบคำพูดรถคันหน้าก็เปิดไฟฉุกเฉินและชิดซ้ายเข้าข้างถนน และรีบวิ่งมาดูรถ ณ ตอนนั้นฉันเดินดูรอบรถและนิ่งไปสักพัก ก่อนที่จะเปิดประตูเข้าไปในรถ ความรู้สึกตอนนั้นมันตีกันปั่นป่วนไปหมด จากนั้นฉันก็พรั่งพรูทุกอย่างออกมาทางน้ำตาก่อนที่ฉันจะถูกเพื่อน ๆ ลากให้ไปนั่งรถอีกคันหนึ่ง ส่วนคันของฉันก็มีเพื่อนอีกสองคนมาขับแทน 

ระหว่างทางตั้งแต่เพชรบูรณ์จนถึงกรุงเทพฯ เกิดคำถามขึ้นในใจมากมายว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันคืออะไร แต่พยายามจะคิดว่ามันคงถึงคราวซวยอะไรของฉันหรือเปล่า ในที่สุดก็ถึงกรุงเทพฉันก็เลือกที่จะนอนอยู่กับเพื่อน ๆ จนถึงตอนเช้า เพื่อนคนที่ขับรถฉันมาถึงกรุงเทพก็ได้บอกว่าลองเอารถไปเติมลมยางนะ ฉันก็ไม่รีรอก็สตาร์ทรถไปที่ปั๊มน้ำมันทันที สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือล้อทุกเส้นมีลมอยู่ที่ 34 แต่ยางหลังด้านขวาเหลืออยู่ 11 ฉันรีบเติมลมยางและรีบโทรหาเพื่อนทันที ซุ่งสิ่งที่ฉันได้ยินคือ เพื่อนคนที่ขับรถฉันกลับมาบอกว่า ตลอดทางเห็นผู้ชายใส่ชุดขาวนั่งอยู่บริเวณที่เก็บของด้านขวาท้ายรถตลอดทาง แค่ได้ยินคำนั้นขนหัวลุกเลยค่ะ ทำยังไงฉันควรทำยังไง ช่วงสายวันนั้นเองฉันก็รีบออกไปทำบุญแทบจะครั้งใหญ่และไม่ลืมที่จะกรวดน้ำให้เจ้ากรรมนายเวร และในเย็นวันเดียวกันนั่นเองความสบายใจจากการทำบุญเริ่มเกิดขึ้น แต่สบายใจได้ไม่นาน ระหว่างที่จะขับรถไปทานข้าวกับเพื่อน รถฉันถูกเบียดจากรถคันอื่นเต็มแรงจนรถส่าย ซึ่งชุดที่โดนเบียดคือจุดด้านขวาทางล้อด้านหลังพอดิบพอดีอีกแล้ว นี่มันอะไรกันแน่ แต่สภาพรถขนาดนี้ฉันเลยเลือกที่จะเอารถเข้าศูนย์แต่สิ่งที่ได้รู้มาก็คือ ทางล้อด้านขวานั้นมีตะปูตัวใหญ่ปักอยู่ที่ล้อรถ หรือว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นการเตือนเรากันแน่ว่าถ้าเราไม่ดูรถดี ๆ ป่านนี้รถอาจจะเป็นอะไรไปแล้วก็ได้ เพราะหลังจากเหตุการณ์เอารถเข้าศูนย์ฉันก็ไม่เจอเหตุการณ์อะไรที่แปลกประหลาดอีกเลย 

ไม่รู้ว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นวันนั้นคืออะไร รู้แค่ว่าต่อไปควรขับรถด้วยความไม่ประมาทอีกต่อไป

Comments

entertainment

VDO Update

Merigin

Related Post