
ริชาร์ต โคห์ โปรเจกต์ มีความยินดีที่จะนำเสนอนิทรรศการเดี่ยวของ ฟาริส นากามูระ (เกิดปีพ.ศ. 2531) ในสิงค์โปร์ กับนิทรรศการที่มีชื่อว่า ‘จดจำสถานที่นี้ไว้ เพื่อที่เราจะกลับมาอีกครั้งในวันหนึ่ง (Remember This Place, For We Will Be Back Here Again Someday)’ ตั้งแต่วันที่ 4-19 ตุลาคม 2562 ศิลปินจะนำเสนอผลงาน 9 ผลงาน ในรูปแบบไม้เคลือบและเหล็กกล้า
หลังจากตั๋วเข้าชมโชว์ของเขาที่ ซี โฟกัส (SEA Focus) ถูกขายออกจนหมด ฟาริส นากามูระเดินหน้าเรียนรู้เกี่ยวกับพื้นที่ขณะอยู่ที่สิงค์โปร์ เขาทำการค้นหา และไคร่ครวญเกี่ยวกับมุมมองในแง่บทกวีที่สะเทือนต่ออารมณ์ นิทรรศการแสดงให้เห็นถึงสิทธิพิเศษที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ที่จำกัดที่เรามีในสิงค์โปร์และผลที่ตามมาไม่อาจหลีกเลี่ยงได้จากสถาปัตยกรรมของประเทศ ซีรีย์ผลงานดึงดูดผู้ชมโดยการโน้มน้าวมุมมองต่างมุม และตั้งคำถามถึงจิตใต้สำนึกเกี่ยวกับการวางแผนพื้นที่


ความหมายเบื้องหลัง ชื่อนิทรรศการ ‘จดจำสถานที่นี้ไว้ เพื่อที่เราจะกลับมาอีกครั้งในวันหนึ่ง (Remember This Place, For We Will Be Back Here Again Someday)” เน้นเกี่ยวกับปัญหาต่างๆที่คนมีในการยึดติดทางอารมณ์กับพื้นทีนั้นๆ เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในภูมิประเทศของสิงค์โปร์ สิ่งนี้ทำให้มันแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะจับจองพื้นที่ในสิงค์โปร์เป็นที่ของตน อย่างไรก็ตามเราก็ยังพยายามที่จะฉกฉวยพื้นที่ที่เคยให้ความอิสระเสรีทางอารมณ์ ด้วยการกลับไปเยี่ยมสถานที่ที่ตราตรึงใจ หรือเป็นเหมือนสิ่งย้ำเตือนในอดีตที่ก่อให้เกิดความสบายใจแบบชั่วครั้งชั่วคราว


ผลงานแต่ละผลงานได้ถูกตั้งชื่ออย่างเฉลียวฉลาดและจับจุดอารมณ์ เพื่อช่วยระลึกถึงความหลัง ความรู้สึกแห่งความปรารถนา และความเงียบเหงา ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามที่ห่างออกไป หากยังมีลวดลายของบันไดปรากฎขึ้นตลอดเวลา และมีลวดลายการตกแต่งที่ยากจะเข้าใจ ในผลงาน “พื้นที่ว่างสีขาวระหว่างกลาง (The White Spaces In Between)” “พื้นที่ว่างสีดำระหว่างกลาง (The Dark Spaces In Between)” และผลงาน “การรำลึกถึงอดีต (Reminisce)” ความรู้สึกอาลัยอาวรณ์เป็นจุดสำคัญในการตีความหมายของศิลปินเกี่ยวกับพื้นที่เหล่านี้ ด้วยการเรียงลำดับต่างๆ ในประวัติศาสตร์ว่าเป็น เรื่องส่วนตัว หรือในลำดับที่กว้างขึ้นอย่างสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและสังคม หรือแม้กระทั่งสภาพการเมืองบางอย่างที่ยึดติดกับปัจจุบันและวิถีปฎิบัติของนากามูระ
จากการสังเกตเพิ่มเติม ผลงานอื่นๆ อย่าง “สถานที่ ที่ทุกอย่างดำรงอยู่ (The Place In Which Everything Exists” “แทนที่ สิ่งที่สัมผัสไม่ได้ (In Place Of The Impalpable)” และ “ท่ามกลางความเงียบสงบ เราเริ่มกระโดดโลดเต้นอย่างร่าเริง (Amid The Silence, Unquietly We Frolic)” พูดเป็นนัยเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในเรื่อง การยับยั้ง ความเป็นส่วนตัว และการรำพึง รายละเอียดเกี่ยวกับการเข้ามุม มาในรูปแบบสามเหลี่ยมที่ริมขอบประตู ทั้งนี้เราเห็นบริบทศักยภาพของพื้นที่ที่เราสามารถเห็นได้ชัด แม้ว่าบางครั้งอาจมองข้ามไป นากามูระกระตุ้นผู้ชมอย่างฉับไว ให้คำนึงถึงฟังก์ชั่นต่างๆ และพินิจพิจารณาหน้าที่ของเราในการใช้สอยพื้นที่ในรุปแบบที่มันสามารถจะใช้ได้ แทนที่สิ่งที่มันถูกกำหนดให้เป็น
อย่างที่เราเห็นการที่ศิลปินรังสรรศิลปะบนพื้นผิว มุมต่างๆและการสร้างสรรค์รูปภาพอย่างมีทักษะในผลงานอย่าง “การรำลึกถึงอดีต (Reminisce)” “ถ้าเรานั่งอยู่ตรงนี้ และมองขึ้นไป ฉันสงสัยว่าเราจะเห็นอะไร (If We Sit Here and Look Up, I wonder What Will We See?” และ ผลงาน “ถ้าเรายืนอยู่ตรงนี้ และมองลงไป ฉันสงสัยว่าเราจะเห็นอะไร ( If We Stand Here And Look Down, I wonder What Will We See?)” พื้นที่เหล่านี้กำลังซ่อนอะไรอยู่ อะไรคือสิ่งที่เราจะสามารถค้นพบเมื่อเราตัดสินใจมองไปอีกทาง สิ่งที่ตามมาที่ได้จากแรงกระตุ้นของศิลปิน คือพวกเราอาจจะค้นพบพื้นที่โอบอุ้มการรับรู้ของเรา จับต้องเพียงสิ่งที่เราสามารถระลึกถึงได้ แทนที่สิ่งที่พื้นที่เหล่านี้สามารถนำเสนอได้ในความเป็นจริง”



Comments