อมยิ้มท่านหนึ่งโพสกระทู้ปรึกษาในเว็บไซต์ชื่อดัง Pantip ถึงสถานการณ์ทางบ้านที่ไม่สู้ดีนัก โดยคุณเเม่เป็นคนใจดีเเละมักช่วยเหลือญาติสม่ำเสมอจนทางบ้านเดือดร้อน จากความเห็นหลายๆ สาเหตุก็เเนะนำให้เจ้าของกระทู้ระมัดระวังเรื่องการใช้เงินของคุณเเม่ เพราะคุณเเม่มีพื้นฐานใจดีเเละอาจนำไปสู่การค้ำประกันให้ผู้อื่นจนครอบครัวเดือดร้อนอาจลดอำนาจการถือเงินของคุณเเม่ลงเพื่อให้ญาติเลิกรังควาน
ผมขอคําปรึกษาหน่อยครับ ปัญหาของบ้านผมตอนนี้คือ พ่อเเม่ทะเลาะกันไม่จบไม่สิ้น. เรื่องมันเริ่มจาก คุณเเม่มาจากครอบครัวใหญ่, เป็นครอบครัวคนจีนเลยมีพี่น้องเยอะ. คุณเเม่มักจะชอบช่วยเหลือน้องสาวตัวเองอยู่เรื่อยจนกลายเป็นเรื่องใหญ่. พื้นฐานคุณเเม่เป็นรักพี่น้องตัวเองมากๆเเละใจดีมากๆ คืออาอี๋ผมเค้าดันไปเเต่งงานกับคนที่ไม่เอาไหนเลย ต้องมาพึ่งพาเเม่ผมกับพี่สาวเเม่ผมตลอดทุกเรื่อง หลักๆก็เรื่องเงินอาอี๋ผมเค้ามีลูกสองคน ทางครอบครัวตัวเองก็ไม่เงินเเต่ดันส่งลูกๆไป เรียน รร. นานาชาติ
ช่วงที่ผมพึ่งขึ้น มหาลัยปี 3 ตอนนั้น น้องสาวผมที่เป็นลูกอาอี๋ก็อยากไปเรียน เมืองนอก เเต่ไม่มีเงินไป ที่นี้เหมือนเดิมครับ เค้าก็มาขอทางเเม่ผมกับพี่สาวเค้า อ้างว่าน้องมันอยากไปมากจนตัวสั่น ไม่สนว่าจะมีไม่มี พูดง่ายๆเหมือนโดน spoil เรียบร้อย พอผมมารู้อีกที เงินประกันที่เเม่ผมเก็บใว้ 200,000 ถูกเอาไปให้ญาติหมดเเล้ว. ผม โกรธมาก เพราะจะเอาเงินมา เริ่มลงทุนต่อยอด
ทุกวันนี้ผมก็ต้องสอบเพื่อจะได้เป็นหมอ พี่ๆผมก็ทํางานหนักจนเครียดกันมากๆ พ่อผมก็อายุเยอะ เงินที่ได้มา ก็ไม่รู้อีกว่าญาติๆของฝังเเม่เอาไปเท่าไร คุณเเม่เค้าเป็นคนถืออํานาจเรื่องเงินที่บ้าน เพราะจะจัดกับทุกเรื่องให้ ผมก็มีปัญหากับพี่ตัวเองอีก เนื่องจากยังไม่สามารถประกอบอาชีพเลยช่วยเรื่องเงินได้ ผมเห็นพี่ทํางานหนักก็สงสาร เหมือนอารมณ์ว่าหาเงินมา สุดท้ายญาติๆ ฝังเเม่ก็ดึงเอาไปหมด ทุกคนในบ้านเคยพูดเรื่องนี้กับคุณเเม่ เเต่เเกก็ โมโห sensitive ขึ้นมาทันที
บ้านไม่มีความสุขเลยเเบบนี้ ญาติๆผมไม่เคย care ว่าพ่อกับพี่ทํางานเหนื่อยขนาดไหน ผมกลัวมากว่าถ้าผมเป็นหมอเเล้ว ผมคงต้องเป็น "ทาส" ให้ความรักบ้าๆบอๆของคุณเเม่ต่อ"ญาติ"จนไม่สามารถ ออก start ชีวิตตัวเองตลอด "ชาติ".
หลังจากโพสก็มีความเห็นจากอมยิ้มท่านอื่นมาให้ความเห็นจำนวนมาก
มีสุภาษิตจีนบทหนึ่งกล่าวไว้ว่า ยามเดือดร้อนข้าว 1 ชามถือเป็นบุญคุณ ข้าว 1 โต่ว(5.9 ลิตร)ผูกเป็นความแค้น หมายถึงคนเดือดร้อนให้ความช่วยเหลือเพียงเล็กน้อยเขาจะรู้สึกซาบซึ้งใจ แต่ถ้าให้ความช่วยเหลือมากไป ช่วยจนเคยตัวเขาจะรู้สึกว่ากลายเป็นหน้าที่ของเรา วันใดวันหนึ่งถ้าเราหยุดความช่วยเหลือนั้น จะเป็นว่าเราทำผิดซะงั้น
ตัวอย่างความเห็น
ที่แม่คุณเป็นแบบนี้ เขาเรียกว่าอาการหน้าใหญ่ใจโต ควรให้ยาโดยการไม่ต้องช่วยเหลือทางการเงินใดๆต้องจริงจัง แรกๆ แม่คุณอาจจะมาดราม่าใส่ชุดใหญ่ก็ไม่ต้องสนใจ ทำงาน แทนที่จะได้เก็บเงินไปต่อยอด กลับโดนญาติสูบไปเรื่อยๆแบบนี้ไม่ไหว
ตัวอย่างความเห็น
ไม่มีทางออกสวยๆลงตัวทุกฝ่ายหรอก แม่คุณไร้เหตุผล ขาดสติ ขาดหลักยุติธรรมในการใช้ชีวิต ให้เงินน้อง ให้เงินหลานไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ถึงกับเบียดเบียนครอบครัวตัวเองนี่ไม่ปกติ ถ้าไม่ยึดอำนาจการเงินมาก็ต้องตัดขาดกับทางญาติฝั่งแม่ ซึ่งแม่คุณต้องเสียใจ เจ็บช้ำน้ำใจแน่นอน แต่เพื่อความอยู่รอดของครอบครัวก็ต้องทำครับ น้องแม่ หลานแม่ นั่นคนอื่นทั้งหมด ในบ้านคุณมีแค่แม่คุณที่มองคนเหล่านั้นเป็นญาติสนิทที่ต้องแบกรับภาระช่วยเหลือ ต้องทำให้แม่คุณเห็นว่าครอบครัวแท้ๆของแม่จริงๆแล้ว ที่ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรก็จะอยู่ด้วยกัน ดูแลกัน รับผิดชอบกันไปจนตายจากกันไปนั้น มีแค่ คุณ พ่อคุณ พี่คุณ เท่านั้น ซึ่งครอบครัวนี้พังแน่ๆ ถ้าแม่ไม่เลิกสิ่งที่ทำอยู่ ส่วนจะทำอย่างไรเพื่อถนอมน้ำใจแม่ให้ได้ดีที่สุด คุณมีตั้ง 3 คน รุมแม่คนเดียว คิดได้อยู่แล้วล่ะครับ คนอื่นไม่รู้บริบทครอบครัวเราดีเท่าตัวเราเองหรอก
ตัวอย่างความเห็น
ยึดอำนาจทางการเงินกลับมา ดูสิถ้าแม่คุณไม่มีเงินไปจุนเจือ ญาติจะช่วยไหม เรื่องรักพี่น้อง เราว่าไม่แปลก แต่หน้าใหญ่จนคนในบ้านเดือดร้อนไม่ไหวจริงๆ ต้องลองหักดิบคุณแม่ ก่อนที่จะหน้าใหญ่ไปกู้หนี้ยืมสินหรือค้ำประกันให้ญาติจนหมดตัวนะ
ขอขอบคุณข้อมูลเเละอ่านต่อได้ที่ พันทิป



Comments