
ถือเป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์แห่งปี 2019 ที่ทุกคนต้องจับตามองกับความมันส์อลังการสะท้านจอครั้งยิ่งใหญ่ของ“MIDWAYอเมริกา ถล่ม ญี่ปุ่น” ซึ่งนอกจากจะได้ผู้กำกับบล็อคบัสเตอร์ชื่อดัง“โรแลนด์เอมเมอริช”ที่ขึ้นชื่อว่าโปรเจคต์ไหน ไม่ใหญ่ ไม่ทำจากผลงานก้องโลกอย่างIndependence Day, The Day After Tomorrow และ 2012 มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวของสงครามที่เกิดขึ้นจริงในประวัติศาสตร์ที่น้อยคนนักจะรู้เกี่ยวกับการปะทะกันของสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น หลังจากการโจมตีเพิร์ลฮาร์เบอร์ได้ไม่นานกับ “สมรภูมิมิดเวย์” ยุทธการครั้งสำคัญของการพลิกเกมสงครามโลกครั้งมหึมามาเผยให้กับคนทั้งโลกผ่านจอเงิน
อีกทั้ง Midway ยังเสริมความดุเดือดด้วยทีมนักแสดงระดับแถวหน้าของฮอลลีวูดทั้ง “ลุค อีแวนส์” นักแสดงมาดเข้มจาก Dracula และFast&Furious, “นิก โจนาส” นักร้องที่ผันตัวมาแสดงหนังเคยฝากผลงานไว้แล้วกับ Jumanji: Welcome to the Jungle, “แพทริก วิลสัน” นักแสดงที่เรามักคุ้นหน้ากันดีจาก Insidious และThe Conjuring, “วู้ดดี้ ฮาเรลสัน” ดาราจากภาพยนตร์ถล่ม บ็อกซ์ออฟฟิศ The Hunger Games และ Zombieland, “แมนดี้ มัวร์”สาวมากฝีมือจาก The Darkest Minds และแอคชั่นสตาร์เท่มาแรงของวงการอย่าง “เอ็ด สไครน์”มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวความเข้มข้นของการวางกลยุทธ์ทางการรบอันน่าเหลือเชื่อที่ประวัติศาสตร์โลกต้องจารึก กับบทบาทของ “นาวาตรีดิก เบสต์” Dive bomber ที่สร้างวีรกรรมโดยการจมเรือบรรทุกเครื่องบินสองลำของกองทัพญี่ปุ่น จนเขาได้เหรียญกล้าหาญจากกองทัพเรือ จุดพลิกแห่งสงครามครั้งประวัติศาสตร์

QUESTION: ทำไมคุณอยากมีส่วนร่วมกับโปรเจคต์นี้ ?
ED SKREIN: มีหลายอย่างเลยที่ทำให้ผมกระตือรือร้น การได้ร่วมงานกับ “โรแลนด์ เอมเมอริช” เป็นข้อสำคัญเลย ผมโตมากับหนังของเขา เขาทำหนังอีพิคขึ้นทำเนียบคลาสสิกไว้หลายเรื่อง เปลี่ยนโฉมหน้าโลกหนังฟอร์มยักษ์ไปตลอดกาล ผมสนใจเรื่องสงครามโลกครั้งที่สองมาตลอด ปกติจากประวัติศาสตร์ทางทหารของสหราชอาณาจักร
หนึ่งในสิ่งที่ผมชอบที่สุดเกี่ยวกับการแสดงคือ การได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆตลอดเวลา ได้เรียนรู้เกี่ยวกับยุคนั้น ทุ่มเทสุดตัว การได้รู้ความเป็นมาของแถบแปซิฟิกมันน่าสนใจมาก ทุกอย่างมันมีอยู่ในบทตั้งแต่ผมได้อ่านครั้งแรก แต่พอผมเริ่มทำความเข้าใจกับบท ผมถึงตระหนักได้ว่ามันเป็นเรื่องราวที่ละเอียดอ่อนมาก มันเข้าถึงจิตใจตัวละคร มันเป็นเรื่องราวของความเป็นพี่น้อง มิตรภาพระหว่าง “ดิก เบสต์” “แคลเรนซ์ ดิก คินสัน” และ “รอย เพียร์ซ” มันงดงาม มันเล่าความรักระหว่างสหายร่วมรบออกมาได้อย่างดี
และความผูกพันกับ “แมนดี้ มัวร์” ในบท “แอนน์ เบสต์” และ “บาบาร่า เบสต์” ลูกสาวคนสวยของผมในเรื่อง นั่นคือจุดที่ผมรู้ตัวเลยว่าผมอยากเล่นจริงๆ เพราะเรารู้ดีอยู่แล้วว่าโปรเจคต์นี้ใหญ่ระดับมหากาพย์แถมโรแลนด์เป็นคนกำกับ และสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในยุทธนาวีมิดเวย์มันน่าทึ่ง ยิ่งใหญ่ และสุดเหลือเชื่อ แต่ความจริงที่แก่นของหนังคือเรื่องราวของชายคนหนึ่งที่จิตใจกล้าแกร่ง ทุ่มเทชีวิตตัวเองเพื่อปกป้องครอบครัว ทั้งภรรยา และลูกของเขา ยิ่งน่าประทับใจ
นี่มันมันเกิดขึ้นใกล้มาก นี่ไม่ใช่เรื่องราวของคนที่ไปรบต่างทวีปเฝ้ารอที่จะกลับไปหาเพื่อนฝูงหรือครอบครัว ตัว ดิก เบสต์ และครอบครัวเขาอยู่ที่เพิร์ล ฮาร์เบอร์ตอนที่ญี่ปุ่นโจมตี และแรงใจของเขาทั้งหมดมาจากครอบครัว มันคือสาเหตุว่าทำไมหนังเสกลอีพิคเรื่องนี้มีประเด็นลึกซึ้ง ทำให้ผมอยากเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์
QUESTION: คุณแปลกใจไหมว่านี่เป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นจริงๆ ?
ED SKREIN: ตอนเริ่มเรื่องมีแจ้งว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเคยเกิดขึ้นจริง มันอาจจะฟังดูขี้โม้สไตล์ฮอลลีวู้ด ผมได้อ่านบททะลุปรุโปร่ง ได้ทำงานกับ มาร์ตอน เลดวิธ แอคติ้งโค้ชของผม ผมบอกเขาว่าฟอร์ดไม่ได้บัญชาการรบ บรูโน่ ไกโด ไม่ได้ทำอะไรแบบนั้น เขาบอกผมว่าให้ไปหาอ่านออนไลน์ดู มันมีหมดแหละ ผมจมอยู่กับหนังสือประวัติศาสตร์ แทบไม่เชื่อว่ามันเกิดขึ้นจริง
และเรื่องวีรกรรมของ บรูโน่ ไกโด แล้วก็ เบสต์ แม็คคลัสกี้ ทุกคนที่มีส่วนร่วมกับเหตุการณ์ครั้งนี้ เราให้ความเคารพพวกเขาด้วยการทำให้มันออกมาใกล้เคียงความจริงที่สุด แน่นอนว่าเราอยู่ในธุรกิจบันเทิง นี่มันฮอลลีวู้ด แต่เรากำลังเล่าเรื่องความขัดแย้งระดับโลกที่ต้องแลกมาด้วยชีวิตคนของทั้งสองฝ่าย

QUESTION: คุณมอบคำจำกัดความให้ ดิค เบสต์ ว่าอย่างไร?
ED SKREIN: ดิค เบสต์ เป็นนักบินหนุ่มจากนิวเจอร์ซีย์ เขาหยิ่งยโส เขาเป็นนักบินที่ฝีมือดีที่สุดของหน่วย แต่เขามักทำให้ แม็คคลัสกี้ หัวหน้าหน่วยต้องปวดหัวบ่อยๆ เขาไม่ใช่ผู้นำที่ดีเท่าไหร่ กับลูกทีมเขาคือจอมโหด เขาไม่ได้นำทีมด้วยความเห็นอกเห็นใจ หรือพยายามเข้าใจลูกทีมแม้แต่น้อย เมื่อเรื่องดำเนินไปเขาเริ่มเข้าใจคนอื่นมากขึ้นเมื่อบวกเขากับทักษะความสามารถ และความเป็นผู้นำโดยธรรมชาติ ความแข็งแกร่งของจิตใจที่จำเป็นอย่างมากในยามสงคราม เขากลายเป็นผู้นำในอุดมคติ อย่างที่แอนน์ต้องการให้เขาเป็นมาตลอดนั่นคือสิ่งที่แม็คคลัสกี้เห็นในตัวเขามาตั้งแต่แรก
มันคือพัฒนาการด้านอารมณ์ของเบสต์ คุณได้เห็นเขาเติบโตขึ้น เริ่มเรื่องคุณได้เห็นเบสต์ที่มีความหยิ่งยโส เขาฝึกโดยการดับเครื่องยนต์กลางอากาศแล้วลงจอด เพื่อไว้ในกรณีที่เขาต้องลงจอดฉุกเฉินถ้าเครื่องโดนยิงจนพัง
แต่พอเกิดเรื่องที่เพิร์ล ฮาร์เบอร์ คุณจะเห็นเขาเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เบสต์กลายมาเป็นคนมุ่งมั่น เขาต้องลุยเดี่ยวเพื่อให้ประเทศชนะศึกนี้ มันไม่มีทางอื่นอีกแล้ว มันต้องอาศัยทีมเวิร์ก ซึ่งเขาไม่มีเลยในตอนเริ่มเรื่อง แต่พอเขาเสียเพื่อนสนิทอย่าง รอย เพียร์ซ และอีกหลายๆ คน รวมทั้งเจ้าหนุ่ม วิลลี่ เวสต์ ที่เขาอาสาเป็นคนดูแล ความสูญเสียเหล่านี้เปลี่ยนเขาไป
เราได้เห็นจุดต่ำสุดของชีวิตเขา เขาเปิดใจให้กับคนสองคนเท่านั้นในชีวิต แอนน์ เบสต์ ภรรยาของเขา และ แคลเรนซ์ ดิกคินสัน เพื่อนสนิท แม็คคลัสกี้ช่วยให้เขาผ่านเรื่องพวกนี้มาได้ ท้ายเรื่องเราได้เห็นเบสต์ในเวอร์ชันที่ดีที่สุด
QUESTION:เบสต์มีส่วนร่วมใดกับสงครามครั้งนี้บ้าง?
ED SKREIN: เบสต์เข้าร่วมศึกที่เกาะมาร์แชล เขามีส่วนกับการทิ้งระเบิดเรือบรรทุกเครื่องบินญี่ปุ่นสองลำที่มิดเวย์ เบสต์เป็นนักบินคนเดียวที่ทิ้งระเบิดใส่เรือสองลำในวันเดียว อาจจะฟังดูโม้แต่มันเป็นเรื่องจริง มันต้องใช้ความกล้าหาญอย่างมากในการทำอะไรแบบนี้ บินไปทิ้งระเบิดรอบนึงเสียเพื่อนไปไม่รู้เท่าไหร่กลับมารวมกำลังพลที่เหลืออยู่แล้วบินกลับไปอีกรอบ ระหว่างเหตุการณ์ทั้งหมดเขาต้องสูดโซดาไฟเข้าไปทุกวัน ซึ่งทำให้เขาเป็นวัณโรคเรื้อรังในชีวิตจริง เขาไม่ได้ขึ้นบินอีกเลยหลังศึกมิดเวย์ เขาได้เหรียญกล้าหาญจากกองทัพเรือ เขาคงอยู่บนเรือเอนเตอร์ไพรซ์เมื่อเกิดเรื่องที่เพิร์ลฮาเบอร์ ถ้าไม่มีพายุมาขวางเสียก่อน พายุทำให้พวกเขาและเรือบรรทุกเครื่องบินหลายลำกลับฐานไม่ได้ มันแปลว่าพวกเขาไม่ได้อยู่ที่เพิร์ล ฮาร์เบอร์ตอนที่มันโดนถล่ม ถ้าไม่มีพายุประวัติศาสตร์อาจพลิกเป็นอีกแบบเลยก็ได้ มันน่าทึ่งมาก
QUESTION:หนังเรื่องนี้ครอบคลุมระยะเวลานานเท่าใด?
ED SKREIN: หนังเรื่องนี้เริ่มเล่าตั้งแต่เดือนธันวาคม 1941 ถึง มิถุนายน 1942 เรื่องเริ่มตรงที่การโจมตีเพิร์ล ฮาร์เบอร์ จากนั้นมีการบุกที่เกาะมาร์แชล ดูลิตเติ้ลนำการจู่โจม ศึกที่โครัล ซี และ มิดแลนด์ และยุทธนาวีมิดเวย์

QUESTION: เมอร์เรย์คือใคร?
ED SKREIN: ความสัมพันธ์ระหว่างเมอร์เรย์กับเบสต์น่าสนใจมาก มันแสดงให้เห็นว่าพวกเขายอมทำทุกสิ่งเพื่อให้ได้ชัยชนะ พวกเขามีบุคลิกต่างกันสิ้นเชิง เบสต์มั่นใจ เท่ วางก้าม ชายชาตรีตามแบบฉบับ ส่วนเมอร์เรย์ เป็นคนเงียบๆ เป็นเด็กหนุ่มขี้วิตก เขาถึงกับหน้าถอดสีเลยเมื่อต้องขึ้นบินกับคนที่ได้ชื่อว่าเป็นจอมระห่ำอย่างเบสต์
ผมว่าเขารู้ว่าเขามีโอกาสรอดกลับบ้านสูงที่สุดถ้าเขาบินกับเบสต์ แต่มีอยู่ตอนหนึ่งที่เขาบอกกับตัวละครของผมว่า คุณบินเหมือนคุณไม่สนอะไรอีกแล้ว คุณบินเหมือนคุณไม่รู้ว่าจะรอดกลับบ้านหรือเปล่า ทุกตัวละครในเรื่องมีการเดินทางของตัวเอง หลังจากที่เขาขึ้นบินกับผมครั้งแรกที่ศึกมิดเวย์ เขาถึงกับออกปากว่าไม่อยากจะบินกับผมอีกต่อไป
เขาไม่อยากบินไปกับผมอีกแล้ว แต่หลังจากที่พูดเรียกขวัญกำลังใจ เขารวบรวมความกล้าอีกครั้ง ร่วมโจมตีระลอกที่สองจนได้ผลสำเร็จงดงาม มันเป็นมิตรภาพที่งดงามระหว่างชายสองคน เบสต์แสดงอีกด้านของเขาให้เมอร์เรย์ได้เห็น อยากที่บอกไปแล้วว่าเขาไม่ค่อยเปิดใจกับใครง่ายๆ
มันยิ่งเหมือนเป็นความสัมพันธ์พ่อลูก เขาเข้มงวดกับเมอร์เรย์ แต่ก็ใจดีกับเขาในเวลาเดียวกัน เบสต์เชื่อในตัวเขา และสิ่งที่ยอดเยี่ยมในตัว คีแอน จอห์นสัน ผู้รับบทเมอร์เรย์ คือเขาเป็นเพื่อนกับผมจริง เราเคยถ่ายหนังด้วยกันเมื่อสองปีก่อน เราสนิทกันมาก ความซี้กันในจอที่คุณจะได้เห็นคือของจริง

QUESTION: ทีมนักแสดงในเรื่องมีใครบ้าง?
ED SKREIN: หนังเรื่องนี้มีแต่นักแสดงคุณภาพ จะเริ่มจากตรงไหนดี คนแรกเลย วู้ดดี้ ฮาร์เรลสัน เขาคือฮีโร่ของผม ทั้งใจและนอกจอ เขาเต็มไปด้วยพลัง เป็นคนที่น่าเอาอย่างในฐานะนักแสดง ผมปลื้มเขามาตั้งแต่เขาเล่นเรื่อง White Man Can Jump เรายังมี แอรอน แอคฮาร์ต คุณคนรู้อยู่แล้วว่าเขาคือนักแสดงชั้นครู เขาเป็นคนที่ผมเอาเป็นแบบอย่างมานาน เรามี ลุค อีแวนส์ เขาเป็นคนที่มีฝีมือมาก เป็นสุภาพบุรุษตัวจริง เขาเคยอยู่ที่อพาร์ตเมนท์บล็อคเดียวกับผมอยู่สี่ปีเมื่อแปดปีก่อน เหมือนชะตาลิขิตให้ผมกับเขาโคจรมาร่วมงานกันได้ซักที
เรายังมีคีแอน จอห์นสัน เขาเป็นเพื่อนผมเหมือนกัน เขาเป็นคนที่ทำงานด้วยสนุกมาก ลุค ไคลร์แทงค์ ซึ่งตอนนี้ผมเป็นแฟนพันธุ์แท้เขาแล้ว เขารับบทเป็น ดิก คินสัน ตั้งแต่ครั้งแรกที่ผมได้เจอเขาผมโล่งใจทันที เพราะเราต้องเล่นเป็นเพื่อนซี้กันในเรื่อง ซึ่งถ้าเราดันไม่เข้าขากันมันคงจะดูฝืนๆ แน่นอนเราเป็นนักแสดงมืออาชีพ ต่อให้เราไม่ชอบหน้ากันเขาก็แกล้งเป็นเพื่อนสนิทกันได้ เพราะนั่นมันงานของเรา แต่มันช่วยได้มากเลยนะถ้าเราสนิทกันจริงๆ
และยังมี แมนดี้ มัวร์ เธอสุดยอดจริงๆ เป็นนักแสดงสาวที่เปี่ยมด้วยพลัง มีฝีมือการแสดงที่หลากหลาย การแสดงของเธอทรงพลังแต่เป็นไปด้วยความเป็นมนุษย์ เธอทำทุกอย่างออกมาได้กล่มกล่อมพอดิบพอดี
เธอรับบทเป็นแอนน์ เบสต์ ได้ไร้ที่ติ ทุกครั้งที่ผมดูมอนิเตอร์ ผมได้แต่พูดว่าผู้หญิงคนนี้แหละที่เป็นแรงใจให้เขา มีบทพูดหนึ่งของลุค อีแวนส์ในบทแม็ค คลัสกี้ เขาพูดว่า ฉันคิดอยู่บ่อยๆว่าผู้หญิงแบบไหนที่จะแต่งงานกับดิค เบสต์ บอกได้เลยนายจะไม่ผิดหวัง และเธอเป็นแบบนั้นจริงๆ เธอเติมเต็มเขา มองอีกด้านเขาก็เติมเต็มเธอเช่นกัน
ผมถ่ายฉากกับแมนดี้ก่อนอย่างอื่นเลย มันคือฉากในห้องนอนที่ผมเปิดใจเรื่องสูญเสียวิลลี่ เวสต์กับเธอ มันเป็นซีนอารมณ์ ซึ่งเหมาะกับการเปิดเรื่องมาก เพราะผมอินกับมัน จนอดคิดถึงแอนน์กับบาร์บาร่า เบสต์ ไม่ได้ ตลอดการถ่ายทำฉากที่เหลือ
มันอยู่ในหัวผมตลอดเวลา ไม่ว่าตอนที่แหกปากทะเลาะกับแม็คคลัสกี้หรือลินด์เซย์ บนดาดฟ้าเรือ ผมอดคิดถึงพวกเขาไม่ได้ ผมติดหนี้การแสดงของแมนดี้ มัวร์ จริงๆ ผมยังได้ร่วมงานกับดาร์เรน คริส เขาเป็นคนน่ารัก และเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับบทลินด์เซย์ แม้ว่าในเรื่องผมจะทะเลาะและเกือบถึงขั้นลงไม้ลงมือกับเขาอยู่หลายครั้ง ผมพบว่าความขัดแย้งในจอช่วยให้เราผูกพันกันมากขึ้นนอกจอ เราคุยกัน หยอกกัน แค่สั่งแอคชั่นเราตะโกนใส่หน้ากันและกัน เหมือนพร้อมจะซัดหน้ากันอยู่แล้ว เรายังได้ นิค โจนัส มารับบท บรูโน่ ไกโด ด้วย
ใช้เวลาด้วยกันทั้งวัน เขาถ่ายซีนที่โคตรเท่ ซึ่งตัวละครของเขาก็โคตรเท่แบบนั้นแหละ เหมือนบรูโน่ ไกโด ในชีวิตจริง คุณรู้ไหมในอัตตชีวประวัติของดิกคินสันกับไคลส์ ทั้งคู่เล่าเรื่องราวของไกโด เขากล้าหาญขนาดไหน พอได้เห็นนิคแสดง ผมนึกถึงตอนที่ผมได้อ่านหนังสือเรื่องนั้นเลย มันเหลือเชื่อมากที่เรื่องพวกนั้นเป็นเรื่องจริง ทีมนักแสดงเราเพอร์เฟ็คต์มาก ทุกคนมีเอกลักษณ์โดดเด่น เคมีเข้ากันลงตัว ความแมนล้นจอ แต่นอกจอทุกคนน่ารักมาก ช่วยเหลือกันและกัน เหมือนเป็นพี่น้องกันจริงๆ
แน่นอนว่าจะลืม แพทริก วิลสัน ไม่ได้ เขารับบท เลย์ตัน เขาเหมาะมากเพราะเขาดูฉลาด เยือกเย็น เหมือนตัวจริง เราสนุกกันมากที่ฮาวาย เรื่องนี้มันมีสองเส้นเรื่อง เรื่องฝูงบินสุดระห่ำของเบสต์และทีม กับเรื่องราวชิงไหวชิงพริบให้ห้องสั่งการที่นำโดยเลย์ตัน
เลย์ตันกับเนมิตซ์นำทีมข่าวกรอง ข่าวกรองเป็นสิ่งสำคัญมาก พอๆ กับนักบิน และกำลังทหาร เราโชคดีมากที่ได้แพทริกมารับบทนี้ ส่วนคนที่รับบท บูล ฮาลซีย์ คือ เดนนิส เควด ผมดีใจมากที่ได้ร่วมงานกับนักแสดงมากประสบการณ์เช่นเขา
สัมผัสประสบการณ์มันส์ระเบิดทะลุจอ สมจริงราวกับคุณเป็นหนึ่งในทหารผู้กล้า มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของจุดพลิกแห่งสงครามครั้งประวัติศาสตร์กับ“MIDWAYอเมริกา ถล่ม ญี่ปุ่น” : 7 พฤศจิกายนนี้ในโรงภาพยนตร์




Comments