สมบัติมหาเฮง ละครแนวคอมเมดี้แอ็กชั่นแฟนตาซี ผลงานการผลิตอีกหนึ่งเรื่องจาก บริษัท โกลด์ ซี.พี.จี เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ของผู้กำกับชั้นครู ฉลอง ภักดีวิจิตร ที่ผนึกกำลังกับที่ปรึกษาอย่าง ป๋าโก๋-พิเชษฐ ศรีราชา ถือเป็นการกลับมาทำงานกับช่อง 7HD ในรอบ 10 ปี ของผู้กำกับมากฝีมือ โหน่ง-วีระชัย รุ่งเรือง MiXMAYA บุกกองบวงสรวงสัมภาษณ์คุณอา "ฉลอง ภักดีวิจิตร" ถึงความรักเเละความสุขของการทำหนังที่เปรียบเสมือนชีวิตของคุณอา

MiXMAYA : การจะเป็นผู้กำกับที่ดีจะต้องมีคุณสมบัติแบบไหน?
ฉลอง ภักดีวิจิตร: ผู้กำกับที่ดีอย่างเเรกต้องมีความรู้เกี่ยวกับมนุษยชาติความเป็นอยู่ นิสัยใจคอของมนุษย์ ว่าคนนี้เวลาดีใจ โกรธ หรืออะไรก็แล้วแต่ เค้าแสดงอารมณ์อะไรบ้าง ต้องเป็นคนรอบตัว ภาษาฝรั่งเค้าเรียกว่า versatility คือ ผู้กำกับนี่ต้องมีความสามารถที่จะเปลี่ยนแปลง ดัดแปลงบท ให้เป็นไปตามสถานการณ์ และก็ต้องเป็นนักประพันธ์ คือเวลาเปลี่ยนแปลงเนี่ยมันจะต้องเปลี่ยนไดอาล๊อกใหม่ ต้องเป็นคนชำนาญ เป็นคนขยัน และมีความรู้รอบตัว ก็มีคุณสมบัติแค่นี้แหละ ที่จะเป็นผู้กำกับที่ดีได้ อย่าลืมที่จะมีความโอบอ้อมอารี เวลาอธิบายให้ความรู้แก่ผู้แสดงแต่ละคน ก็ต้องสามารถอธิบายแนะนำให้เค้าได้อย่างเป็นไปตามธรรมชาติไม่ใช่ฝืนธรรมชาติ

MiXMAYA : ในยุคที่เทคโนโลยีเฟื่องฟูส่งผลอย่างไรกับคนทำหนัง?
ฉลอง ภักดีวิจิตร: ด้วยเทคโนโลยีที่เข้ามา ทำให้คนทำงานอย่างเราๆทำงานง่ายขึ้น ไม่เหมือนแต่ก่อน พอเข้าระบบวิดีโอนี่จะทำกราฟฟิคอะไรก็ง่ายขึ้น ตอนนี้มันมาถึงขั้นที่ถ่ายเป็นออนไลน์ ถ่ายเป็นวิดีโอ แต่ว่าเป็นความละเอียดแบบ HD HD เนี่ยถ้าเผื่อถ่ายในระบบ 4k เนี่ย มันจะแปลงสัญญาณมาในระบบแล้วก็สามารถฉายในโรงได้เลย โดยไม่ต้อง converse อีกที มันก็เจริญก้าวหน้ามาก แล้วก็เรื่องเสียง digital เสียงอะไรต่ออะไร ผิดจากเมื่อก่อนที่หลายขั้นตอนเเละค่อนข้างยุ่งยาก

MiXMAYA : เทคนิคของการเขียนบทละครหรือหนังเรื่องหนึ่งให้โดนใจ?
ฉลอง ภักดีวิจิตร: การเขียนบทผู้กำกับจะต้องมีความรู้ด้านการเขียนบท เพราะการเขียนบทเนี่ยมันอยู่ที่ความสามารถของแต่ละคน ว่าจะเปลี่ยนแปลงจากตัวหนังสือมาเป็นภาพใครจะดีกว่ากัน สำคัญที่สุดคือเล่าเรื่องให้คนเข้าใจ ซึ่งจะเป็นเทคนิคของแต่ละคนเเล้ว บางคนเล่าเรื่องดีไม่ดี ยืดยาด คนดูก็จะเบื่อ บางคนก็เก่งมีความสามารถ พอเล่าเรื่องได้ดีคนก็ติดใจอยากจะไปดู เเค่ลงตัวอย่างหนังหรือละครออกมา มันก็ดึงดูดคนออกไปดู เราต้องมีอะไรแปลกๆให้คนได้ชม มีการค้นคว้าหาความรู้ ศึกษาให้มากเราจะเห็นความก้าวหน้าในอุตสาหกรรมหนัง กรรมวิธีการสร้าง แล้วนำเทคนิคนำเครื่องมืออะไรใหม่ๆมาใช้เพื่อที่งานของเราก้าวทันโลกได้
MiXMAYA: เทคนิคในการเลือกนักแสดงให้เหมาะสมกับบทบาท?
ฉลอง ภักดีวิจิตร: จริงๆก็อยู่ที่ลักษณะของนักแสดงแต่ละคนว่าเหมาะสมกับบทไหมเป็นหลัก เขาสามารถถ่ายทอดบทที่เราวางไว้ได้เเค่ไหน เป็นธรรมชาติไหม ไม่ได้มีอะไรที่ซับซ้อนเลย

MiXMAYA: ตลาดในการทำหนังของไทย ณ ตอนนี้ ต่างจากอดีตอย่างไร?
ฉลอง ภักดีวิจิตร:ในมุมมองของอามองว่าคุณภาพดีขึ้น มีไอเดียดีขึ้น เทคนิคดีขึ้น เพราะว่าเราไปลงในระบบวิดีโอ แล้วทำกราฟฟิค มันก็ดีขึ้นเยอะ บางทีทั้งเรื่องก็ถ่ายทำในระบบ ดีจิทัล ระบบ 4k 6k อะไรก็แล้วแต่ มันก็ทำกราฟฟิคได้ง่ายขึ้น ทำได้แนบเนียน มีการเล่าเรื่องแบบใหม่ๆหลากหลายกว่าสมัยก่อน เเต่ยังต้องพัฒนาอีกฝรั่งเขาไปถึงไซไฟกันเเล้ว เราจะย่ำอยู่กับที่ไม่ได้ เเต่ส่วนตัวอาไม่ค่อยชอบพวกไซไฟเท่าไหร่นะ ดาวต่างๆอะไรแบบนี้ ดูแล้วปวดหัว (หัวเราะ)
MiXAMYA : คุณอาตอนที่ทำหนัง มีความรู้สึกที่ท้อบ้างไหมคะ ในช่วงเริ่มต้นแรกๆ?
ฉลอง ภักดีวิจิตร:ไม่เลยไม่ท้อ มีแต่คิดจะก้าวหน้าต่อไป วันนี้โลกภาพยนตร์ก็ยังคงก้าวต่อไป พัฒนาต่อไปข้างหน้าเยอะ เเม้ตอนนี้เราอาจจะก้าวตามฮอลลีวูดไม่ทันในเรื่องกราฟฟิคเเละเครื่องมืออุปกรณ์ไม่ถึง เเต่เราก็ยังเรียนรู้ต่อไปเรื่อยๆไม่มีวันสิ้นสุด เป็น 69 ปีที่อาไม่ได้หยุดเลย เเม้ตอนนี้อาจะ 90 เเล้วก็ยังต้องเดินต่อไปข้างหน้าอีกเรื่อยๆ อายังทำงานได้ ยังเเข็งเเรงดี แล้วอาเองก็อยากจะให้วิทยาทานแก่ทุกคนน่ะ เพราะเราก็ทำมาหนังมา 69 ปี แล้ว

MiXMAYA: ถ้าให้คุณอาแนะนำเรื่องของการทำหนังสำหรับเด็กๆที่มีฝันอยากเป็นผู้กำกับ คุณอาอยากฝากถึงพวกเขาอย่างไรบ้างคะ?
ฉลอง ภักดีวิจิตร: การเป็นผู้กำกับมันอยู่ที่คนแต่ละคนว่าจะรักความก้าวหน้าขนาดไหน เค้าจะรับได้ไหม การทำหนังมันมีดีเทลของมันเยอะอยู่ คุณต้องพยายามพัฒนาตัวเองสม่ำเสมอ ต้องขวนขวายต้องไม่ท้อ เส้นทางมันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ถ้าทำหนังเเล้วเราไม่รู้ว่าตลาดจะชอบหรือเปล่าก็อย่าท้อนะ ข้อสำคัญคือผลงานออกมาคือ ถูกใจประชาชน อันนี้คือสำคัญที่สุด
ขอขอบคุณภาพจาก MiX Magazine



Comments