ในวันนี้ MiXMAYA ขอแนะนำให้ทุกท่านได้ลิ้มลองความอร่อยจากจากห้องอาหาร "เดอะ อาว์รกลาส (The Hourglass) โรงแรมเอทัส ลุมพินี "
โดยห้องอาหาร Hourglass ได้ถูกตกแต่งออกแบบให้ดูทันสมัย ให้ความรู้สึกที่อบอุ่นเป็นกันเองในบรรยากาศโรแมนติก โดยจะให้บริการอาหารทั้งบุฟเฟ่ต์มื้อกลางวัน และมื้อค่ำ
ภายในห้องอาหารถูกออกแบบภายใต้แนวคิด “EAST MEET WEST” ที่ผสมผสานอาหารระหว่างตะวันตก กับตะวันออก โดยมีอาหารเลือกสรรมากมาย มื้อกลางวันเรามีอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติ โดยเชฟฝีมือเยี่ยมของห้องอาหารที่รังสรรค์อาหารมากมายให้ลูกค้าได้ลิ้มลอง ไม่ว่าจะเป็น อาหารไทย อาหารญี่ปุ่น ประเภท ซุชิ อาหารอิตาเลี่ยน มุมซีฟู๊ดสดๆทุกวัน
และ มุมอาหารจีน เช่น ขนมจีบ ซาลาเปา และ บาบีคิว หมู ไก่ ทะเล รวมถึงสลัด ผลไม้ พร้อมทั้ง ขนมเค้ก และขนมหวานไทยโบราณ อาหารอิตาเลียน ญี่ปุ่น จีน ไทย ของหวาน ขนมไทย เบเกอรี่ พร้อมด้วยบรรยากาศ และการตกแต่งเรียบง่าย หรูหรา เน้นโปร่งสบายตา รูปแบบ คอนเท็มโพรารี่ ให้รู้สึกผ่อนคลาย และพักผ่อนไปกับการรับประทานอาหาร เติมเต็มความสุขในทุกชั่วโมง

โดยบุฟเฟ่ต์อาหารกลางวันจะอยู่ที่ ราคา 650 บาท++ /ท่าน
นอกเหนือจากอาหารที่อยู่บุฟเฟ่ต์แล้วนั้น เชฟของทางห้องอาหารเองก็ได้มีการรังสรรค์เมนูสุดพิเศษในรูปแบบ A La Carte ให้ลูกค้าได้ลิ้มลอง โดยเดือนนี้ได้เปิด 4 เมนูใหม่ สุดพิเศษที่เชฟได้รังสรรค์ออกให้ลูกค้าได้ลิ้มลองตั้งแต่เดือนมกราคม ยาวไปจนถึง เดือนมีนาคม ในแนวคิด “Vietnamese Flares” เราไปชมกันเลยค่ะว่ามีเมนูอะไรกันบ้าง
โดยคุณลูกค้า สามารถลิ้มลองได้กับ “Vietnamese Flares” ที่ห้อง เอาวกลาส และ จีเอ็มที เลาจน์ โรงแรมเอทัส ลุมพินี ตั้งแต่เดือนมกราคม จนถึงมีนาคม 2020 นี้เท่านั้นนะคะ

มาในเมนูแรก ได้แก่ ขนมเบื้องญวน – Savory Crepes ราคา 230 บาท++ เป็นอีกเมนูหนึ่งของอาหารเวียดนามที่ทุกท่านคงจะคุ้นเคย กับแป้งสีเหลืองทองมาพร้อมไส้ที่อัดแน่นไปด้วย ถั่วงอก กุ้ง หมูสับ เต้าหู้ ยิ่งทานคู่กับน้ำจิ้มอาจาดและผักสดจะยิ่งเพิ่มความอร่อยเข้าไปอีก

เมนูที่สอง ได้แก่ ปอเปี๊ยะสด – Fresh Spring Rolls” ราคา 190 บาท++ อัดแน่นไปด้วยไส้หมูยอ กุ้ง เส้นหมี่ ผัก ถูกหั่นออกมาให้พอดีคำ ไม่ใหญ่จนเกินไป

มาในเมนูที่ 3 กับ เส้นหมี่หมูย่างตะไคร้ – Grilled Pork with Vermicelli ราคา 210 บาท++ ความโดดเด่นจากเมนูนี้ คือเส้นหมี่หลากสีที่ถูกทำขึ้นจากผักธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นสีเขียวที่ทำมาจากใบเตย สีส้มที่ถูกทำมาจากแครอท สีเหลืองที่ทำมาจากฟักทอง ส่วนสีขาวเป็นสีดังเดิม หมูย่างตะไคร้ถูกหั่นมาอย่างพอดีคำ ไม่ใหญ่จนเกินไป และน่าทานมากเลยค่ะ

ส่วนเมนูสุดท้ายที่ขาดไม่ได้เมื่อทานอาหารเวียดนาม ก็คือ กุ้งพันอ้อย – Fried Shrimps on Sugarcane Skewers ราคา 250 บาท++ พอกัดเข้าไปแล้วนั้นต้องบอกเลยว่าอร่อยกลมกล่อมมากค่ะ
เป็นเมนูที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาที่ห้องอาหาร The Hourglass โรงแรมเอทัส ลุมพินี นะคะ
โดยทั้ง 4 เมนูพเศษ “Vietnamese Flares” ของห้องอาหาร เดอะ อาว์รกลาส จะให้บริการถึงเดือนมีนาคม 2563
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 02 618 9555, 02-618-9023 และ 02-618-9025



Comments