
ด้วยความเป็นนักประดิษฐ์ผู้เปี่ยมไปด้วยวิสัยทัศน์อันกว้างไกล จึงควรค่าแก่การนำเสนอเรื่องราวลงในผลงานภาพยนตร์ชีวประวัติ นี่คือจุดเริ่มต้นเกิดขึ้นของโปรเจกต์ “TESLA เทสลา คนล่าอนาคต” ผลงานจากผู้กำกับและผู้เขียนบท ไมเคิล อัลเมอร์เรย์ดา ที่จะพาผู้ชมร่วมสำรวจทุกช่วงชีวิตของ นิโคลา เทสลา ผู้บุกเบิกวิทยาศาสตร์แห่งกระแสไฟฟ้า สู่การบรรลุความสำเร็จทางเทคโนโลยีและนำไปสู่การต่อยอดนวัตกรรมซึ่งเปลี่ยนโลกทั้งใบอย่างน่าอัศจรรย์ ตลอดจนเรื่องการแข่งขันระหว่างเขากับ ทอมัส เอดิสัน และความสัมพันธ์กับ แอนน์ มอร์แกน รวมถึงเบื้องหลังกระบวนการพัฒนาระบบจ่ายไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) อันสลับซับซ้อน
และเนื่องจากเป็นหนังย้อนยุค บรรยากาศและโลเคชั่นถือเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องให้ความใส่ใจ ทางทีมสร้างได้เลือกถ่ายทำในมหานครนิวยอร์ก เมืองที่เต็มไปด้วยมนต์ขลังเหนือกาลเวลา โดยผู้อำนวยการสร้าง ยูรี ซิงเกอร์ เชื่อว่านิวยอร์กคือเมืองที่ให้บรรยากาศอันสมบูรณ์แบบสำหรับภาพยนตร์ย้อนยุค “การถ่ายทำในนิวยอร์กนั้นวิเศษมาก แต่การเลือกมุมพื้นที่ถ่ายให้เหมาะสมก็เป็นอะไรที่ท้าทาย แต่ผลลัพธ์ที่ได้ออกมานั้นแสนคุ้มค่าที่คุณต้องรอชมมันเต็มๆ ในภาพยนตร์”
ด้านผู้กำกับ ไมเคิล อัลเมอร์เรย์ดา และ ผู้กำกับภาพ ฌอน วิลเลียมส์ ที่เคยร่วมงานกันมาแล้วในผลงานอย่าง Marjorie Prime (2017), The North Wind’s Gift (2018), The Lonedale Operator (2020) ยังมีไอเดียว่าต้องการให้แสงเป็นองค์ประกอบหลักสำคัญของเรื่องนี้ “เราเล่นกับแสงหลายชนิดมากในหนังทั้ง เทียน, ตะเกียง, แสงไฟฟ้า เพื่อให้โทนภาพมีการตัดกันกับเงาที่เข้มและแสงแดดที่ส่องสว่างจ้าเป็นครั้งคราว เรายังมีการใช้เทคนิคฉายภาพยิงเข้าบริเวณฉากหลังเพื่อให้ฉากออกมาดูสมจริงและคมชัดมากขึ้น เทคนิคนี้ช่วยเสริมให้เห็นภาพจากช่วงที่แอนน์ มอร์แกนเล่าเรื่องภายในหนังอันสอดคล้องไปกับเทคโนโลยีและสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ที่เทสลาคิดค้นขึ้นมา”
“ผมอยากให้ผู้ชมได้เห็นถึงผลของความยิ่งใหญ่ที่เทสลาได้สร้างขึ้นต่อโลกของเรา ผลงานนวัตกรรมการประดิษฐ์ของเขานำไปสู่การปฏิวัติอันน่าอัศจรรย์” ผู้กำกับ ไมเคิล อัลเมอร์เรย์ดา กล่าว “เทสลานั้นเป็นคนที่แสนทะเยอทะยาน มีความคิดที่มุ่งมั่น เขาเหมือนกับลำแสงจากประภาคารที่ชี้ทางส่องสว่างไปสู่จุดที่เรากลับไม่เคยมองเห็น”
“TESLA เทสลา คนล่าอนาคต” ภาพยนตร์ที่จะพาผู้ชมสำรวจเส้นทางชีวิตที่ผ่านการกลั่นกรองของ นิโคลา เทสลา สุดยอดอัจฉริยะนักประดิษฐ์ ผู้คิดค้นและพัฒนาทฤษฎีไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) อันเป็นรากฐานของระบบไฟฟ้าที่ใช้งานทั่วโลกในปัจจุบัน กับเรื่องราวที่เป็นจุดเริ่มต้นแห่งความขัดแย้งระหว่างเขากับคู่ปรับคนสำคัญ อย่าง ทอมัส อัลวา เอดิสัน ตลอดจนความสัมพันธ์กับ แอนน์ มอร์แกน ลูกสาวของ เจ.พี.มอร์แกน นายทุนยักษ์ใหญ่แห่งเจเนอรัลอิเล็กทริก รวมถึงเบื้องลึกของกระบวนการพัฒนาระบบจ่ายไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) ที่ภายหลังได้รับการต่อยอดทางเทคโนโลยีจนเกิดเป็นโลกยุคดิจิทัลอย่างในเวลาต่อมา
สำหรับ ไมเคิล อัลเมอร์เรย์ดา (ผู้เขียนบท, ผู้กำกับ, ผู้อำนวยการสร้าง) คือนักสร้างภาพยนตร์มือรางวัล ผลงานของเขาต่างได้รับเสียงชื่นชมอย่างน่าประทับใจทั้งจากนักวิจารณ์และผู้ชม ผลงานสร้างชื่อของเขาได้แก่ Hamlet (2000) อันเป็นหนังที่ดัดแปลงมาจากงานเขียนของ วิลเลียม เชกสเปียร์ นำแสดงโดย อีธาน ฮอว์ค, ไคล์ แม็คลาชแลน ,Experimenter (2015) นำแสดงโดย ปีเตอร์ ซาร์สการ์ด ซึ่งได้รับการเปิดตัวฉายที่เทศกาลภาพยนตร์ซันแดนซ์ และ Marjorie Prime (2017) ที่นำแสดงโดย จอน แฮมม์, จีน่า เดวิส, ทิม ร็อบบิ้นส์ ซึ่งตัวหนังนั้นเปิดตัวฉายที่เทศกาลภาพยนตร์ซันแดนซ์ พร้อมทั้งยังคว้ารางวัลติดไม้ติดมือกลับมาด้วย และตัวหนังยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลจากเวที Film Independent Spirit Awards, Gotham Awards และ Satellite Awards อีกด้วย
ถ้าไม่มีเขา ก็ไม่มีคำว่าโลกดิจิทัล “TESLA เทสล่า คนล่าอนาคต” 24 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์
ตัวอย่างภาพยนตร์



Comments