หลังกระเเส Clubhouse ร้อนเเรงเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่าน จนเป็นแอปพลิเคชั่นที่ทุกคนต่างจับตามองว่าหรือนี่จะเป็นยุคใหม่ของโลกโซเชียลหลังได้รับความนิยมแบบ"พลุเเตก" ต้นเหตุของความดังไม่ใช่เพราะความบังเอิญอย่างเเน่นอน จากการที่นักธุรกิจระดับโลกอย่าง อีลอน มัส ที่เหมือนจะหยิบจับอะไรก็เป็นประเด็นไปเสียหมดได้ใช้ลองงาน Clubhouse มวลหมู่มหาประชาชนเลยเริ่มใช้ตามกันอย่างคับคั่ง

Clubhouse คืออะไร
- แอปสื่อสารที่ต้องการให้ผู้ใช้รู้สึกถึงความเป็นมนุษย์ เเต่ยังคงความเป็นส่วนตัวอยู่ไม่เหมือนโซเชียลในยุคปัจจุบันที่มนุษย์เสียความเป็นส่วนตัวมากจนเกินไป เน้นการสื่อสารด้วยเสียง เราสามารถสร้างห้องสนทนาในหัวข้อต่าง ๆ เเละต้องรอการเชิญจากเพื่อนถึงจะสามารถเข้าร่วมห้องเเชทนั้นได้ มีทั้งเรื่องหนัก ๆ อย่างการเมือง จนถึงเรื่องราวเบาสมองไว้ฟังเพลิน ๆ แบบพอดเเคสต์ที่เราได้ฟังแบบสด ๆ นั่นเอง
ภายในแต่ละห้องของ Clubhouse สถานะของผู้ใช้งานจะมีด้วยกันอยู่ 3 แบบ ได้แก่
1. Moderator (ผู้ดูแลห้อง) จะมีหน้าที่ควบคุมห้อง เปิดห้อง มีสิทธิ์เปิดหรือปิดไมค์ผู้เข้าร่วมห้องสนทนาเเละมอบสิทธิ์นี้ให้แก่ใครก็ได้
2. Speaker (ผู้พูด) ผู้พูดนั้นจะเปิดไมค์เพื่อพูดในห้องแต่ Mod จะต้องอนุญาตเสียก่อน ขอสิทธิ์ได้ด้วยการยกมือ
3. Listener (ผู้ฟัง) สถานะเริ่มต้นของทุกคน คุณสามารถขอสิทธิ์เป็นผู้พูด ได้ด้วยการยกมือ
ข้อดี
1. โอกาสได้ฟังกุนซือพูดคุยในเรื่องราวที่คุณสนใจแบบถึงกึ๋น
- ใช่ว่าทุกคนมีโอกาสได้จับเข่าคุยกับคนดังได้ทุกวัน Clubhouse ทำให้เราสามารถพูดคุยสื่อสารคนดังอย่างใกล้ชิด ได้สัมภาษณ์ ถามคำถามแบบตัวต่อตัว เปิดโอกาสการเรียนรู้ในความรู้ที่เราไม่เคยสัมผัสมาก่อน
2. เลือกเสพในสิ่งที่เราสนใจได้
- หลายแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียมักจะมีโฆษณาหรือมีฟีดบางอย่างที่เราไม่อยากเห็นมากจนเกินไป แต่ Clubhouse ไม่เป็นอย่างนั้น คุณจะได้ฟังเเละพูดคุยเฉพาะในหัวเรื่องที่คุณสนใจเท่านั้น
3. ความ Real Time
- พลาดเเล้วพลาดเลยอย่างเเท้จริง Clubhouse จะไม่เปิดให้คุณได้ฟังย้อนหลัง ดังนั้นหัวข้อการคุยนั้นมักจะจบเเล้วจบเลย ความสดใหม่จึงสูงมาก
ข้อเสีย
1.ไม่ใช่ทุกคนจะเป็นผู้พูดที่ดี
- ความจริงคือเเต่ละบุคคลมีความสามารถในการพูดต่างกัน ปัญหาที่เกิดขึ้นคือผู้พูดอาจไม่รู้จังหวะว่าต้องส่งต่ออย่างไร พูดเเทรกคนอื่น พูดแบบน้ำท่วมทุ่ง ใช้คำพูดไม่เหมาะสมช่วงที่ผ่านมาก็เริ่มมีดราม่าตามห้องต่าง ๆ ใน Clubhouse อยู่ตลอดจากการพูดคุยประเด็นที่อ่อนไหว เช่น รสนิยมทางเพศ หรือการเมือง
2. ใช้เวลาฟังนาน
- ความต่างระหว่างการเล่นโซเชียลอย่างอินสตราแกรม เฟสบุ๊ค Clubhouse ต้องการเวลาพอสมควรในการฟังหรือพูดในห้องที่ตั้งขึ้นมา
3. ไม่มีระบบยืนยันตัวตน
- เราจะทราบได้อย่างไรวง่าคนที่เราฟังเเละคุยด้วยอยู่คือบุคคลคนนั้นจริงๆ Clubhouse ไม่ได้ออกแบบระบบยืนยันตัวตนมาซึ่งง่ายแก่การปลอมแปลงเป็นบุคคลอื่น ซึ่งในอนาคตก็ต้องดูกันว่าจะมีการพัฒนาระบบนี้เข้ามาเร็ว ๆ นี้หรือไม่
4. ใช้ได้เเค่ ios
- จากการพัฒนาด้วยทีมงานขนาดไม่ใหญ่มากนัก clubhouse ไม่ได้คาดคิดว่าแอปพลิเคชั่นจะเป็นที่นิยมอย่างรวดเร็วขนาดนี้ บริษัทยังคงเป็นเพียงสตาร์ทอัพ ทีมพัฒนาได้พัฒนาเพียงเเค่เเค่ระบบ ios เเละยังไม่มีกำหนดว่ากลุ่มลูกค้าที่สนใจเเต่ใช้แอนดรอยจะได้เริ่มเล่นเมื่อไหร่
5. ข่าวปลอม แหล่งปล่อยทฤษฎีสมคบคิด
- หลายประเทศเช่นจีน หรืออินโดนีเซีย แบนเเอปพลิเคชัน Clubhouse เนื่องจากแอปพลบิเคชั่นกลายเป็นช่องทางพูดถึงประเด็นที่อ่อนไหวกึ่งปลุกระดม หรือส่งข่าวปลอมอย่างการสร้างข่าวลวงเรื่องโควิด -19 ก็ถูกเผยแพร่อย่างเเพร่หลายใน Clubhouse ดังนั้นการรับฟังสารจากแอปพลิเคชั่นนี้จึงต้องมีการสืบค้นเพิ่มเติมเพราะเราอาจฟังข่า่วลวงอยู่ก็เป็นได้่



Comments