
ASK THEM ครั้งนี้ เราขอนำหนุ่มหล่อวัยกระเตาะที่ใคร ๆ ต้องคุ้นหน้าคุ้นตาเขาจากผลงานละครและผลงานเพลงในวงการบันเทิงมาแน่นอน จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก หนุ่มฟลุท ชินพรรธน์ ที่ตอนนี้กลายเป็นหนุ่มหล่อที่กระชากใจสาว ๆ ไปแล้ว วันนี้เรามีบทสัมภาษณ์สุด เอ็กซ์คลูซีฟ มาฝากท่านผู้อ่านทุกท่านกัน รับรองว่าคุณจะหลงรักผู้ชายคนนี้เพิ่มขึ้นอีกแน่นอน

แนะนำตัวให้แฟน ๆ รู้จัก
"สวัสดีครับ ผมฟลุท ชินพรรธน์ ตอนนี้อายุ 17 แต่ว่า วันที่ 9 กรกฎาจะอายุ 18 ครับ แล้วก็ตอนนี้ศึกษาอยู่ที่สถาบันเซนต์ยอลบอสโก เป็นสถาบันการเรียนแบบว่าเร่งรัดครับ เหมือนการสอบเทียบ"
ผลงานที่ผ่านมา
"ที่พึ่งผ่านมาสดๆร้อนๆเลย ก็คือ ละครเรื่องคมแฝกครับผม และก็มีซิงเกิ้ลที่ปล่อยไปเมื่อปลายปีที่แล้วนะครับ ก็คือ เพลง Far away นะครับผม"
จุดเริ่มต้นของการเข้าวงการ
"เริ่มตั้งแต่ตอน 2 ขวบครับ คือผมมีพี่ชาย ซึ่งพี่ชายเหมือนเข้ามาในวงการก่อน เข้ามาถ่ายโฆษณา ถ่ายละครก่อน แล้วเราก็เป็นเด็กตามพี่ไปตามกองถ่ายครับ ไปแคสงาน ก็เลยรู้สึกว่าแบบ เอ้ย เราอยากทำบ้าง เห็นแม่บอกนะครับว่าผมรู้สึกว่าอยากทำ เพราะว่าตอนนั้นเราเป็นเด็กเราจำไม่ได้ แม่ก็เลยพาไปแคส ได้งานได้งานมาเรื่อยๆ ก็เลยเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นในวงการบันเทิงครับ"
ตั้งแต่ที่เข้าวงการบันเทิงมา เรารู้สึกว่าเราประทับใจผลงานชิ้นไหนมากที่สุด
"ประทับใจผลงานชิ้นไหนมากที่สุดหรอครับ จริงๆก็ประทับใจทุกผลงานนะครับ แต่ว่าอันไหนมันท้าทายมากที่สุดดีกว่า ซึ่งผมคิดว่า ผลงานที่ท้าทายมากที่สุดเป็นผลงานที่กำลังถ่ายอยู่ ณ ปัจจุบันนี้ ซึ่งยังไม่ออนแอร์ นั้นคือละครเรื่องวัยแสบ 2 ซึ่งผมได้รับบทเป็นเด็กออทิสติก ซึ่งผมคิดว่าเป็นบทที่ท้าทายน่าจะมากที่สุดตั้งแต่ผมเคยเล่นมาแล้ว

ความยากของผลงานชิ้นนี้
"มันยากตรงที่ว่า เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่า เด็กออทิสติกเขาเป็นอย่างไร เพราะว่าแต่ละเคส แต่ละคนมันไม่เหมือนกันเลย ซึ่งการที่จะเล่นออกมามันไม่มีผิดไม่มีถูก แต่ว่าเล่นอย่างไรให้ดูออกมาเหมือนที่สุด ซึ่งผมต้องทำการบ้านหนักตรงที่ว่าเราต้องไปอยู่กับเด็กออทิสติกเป็นเดือน ไปดูเคส ไปอยู่กับน้องเขา ไปดูแลน้องเขา เพื่อที่จะได้ซึบซับหรือว่าได้ดูกิจวัตรประจำวันของเด็กที่เป็นออทิสติก ซึ่งเราก็ต้องมานั่งสร้างคาแรกเตอร์ตัวละครตัวนี้ของเราเองอีกทั้งใหม่หมด ไม่ว่าจะเป็นทั้งท่าทางการเดิน การพูด หรือว่าการแสดงต่างๆ มันก็ต้องสร้างขึ้นมาใหม่หมดเลยครับ"
อย่างล่าสุดเรื่องคมแฝก ได้เล่นเป็นน้องของเก้า สุภัสสรา รู้สึกอย่างไรบ้างที่ได้ร่วมงานกับเก้า สุภัสสรา
"ก็น่ารักดีครับ อันนี้ไม่ได้พูดถึงหน้าตานะ พูดถึงนิสัยก่อน ตอนแรกผมคิดว่าเขาดังมาจากฮอร์โมน พอมาถึงที่กองก็คิดว่าคงจะแบบหยิ่งๆแน่เลย คงจะแบบว่าเป็นผู้หญิงแบบเหมือนสไปร์ทในเรื่องของเขา แต่พอมาถึงเขาเป็นชวนผมคุย ชวนกลับบ้านด้วยกันไหม รู้สึกว่าแบบเขาเฟรนด์ลี่ น่ารักดี ถ่ายกันได้ไม่เท่าไหร่ก็สนิทกันมาก ออกไปเที่ยวกัน ก็เป็นผู้หญิงที่น่ารัก ทำให้เพื่อนๆผมหลายๆคนอิจฉาที่แบบ เอ้ย ได้อยู่ใกล้เก้า"
เม้าส์ เก้า สุภัสสราหน่อยค่ะ
"เป็นผู้หญิงที่เส้นตื้นครับผม ผมคิดว่าเป็นผู้หญิงที่เส้นตื้น เล่นมุกไม่ว่าจะฮา ไม่ฮาก็ขำ เป็นผู้หญิงที่ขำง่าย ขำนาน ขำแบบไม่มีฟอร์ม เป็นคนที่แบบขำแล้วขำออกมาเลย เป็นผู้หญิงที่ใจเด็ด และเป็นผู้หญิงที่แบบว่าอยู่คนเดียวก็ได้ เป็นผู้หญิงห้าว ถ้าเอาความจริงก็เป็นคนห้าวคนหนึ่งเลย และก็เป็นคนขี้เล่น เส้นตื้น น่ารัก"
ปกติเราเป็นคนชอบเล่นละครแนวไหน
"จริงๆ ถ้าชอบเลย ผมว่าคอมเมดี้อ่ะดีสุด เพราะว่า หนึ่งเวลาเราเข้าไปในกองถ่ายมีแต่เสียงหัวเราะ วันๆไม่เครียด แต่ถามว่าถ้าเกิดเล่นบ่อยๆ ส่วนใหญ่จะได้รับบทดราม่ามากกว่า ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกันนะ ทั้งๆที่ตัวเองไม่ได้เก่ง ดราม่ามากหรือไม่ได้ชอบขนาดนั้นครับ แต่ว่าถ้าชอบจริงๆผมชอบคอมเมดี้ เพราะว่าอย่างที่เล่นซิทคอมเรื่องครอบครัวโจรสลัด มีพี่เบน พี่คิ้ม พี่แอนนา ชวนชื่น อยู่ในกองมีแต่ฮาอย่างเดียวอะครับ ไม่เครียดเลย คืออยากไปกองถ่ายทุกวัน เพราะว่ารู้สึกว่าไปแล้วมันสนุก"

แล้วบทบาทไหนคะ ที่ยังไม่เคยเล่น แล้วอยากลองเล่น
"อยากเล่นเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ครับ 555 อยากเล่นแบบว่ามีพลังวิเศษ เพราะว่าบทอื่นผมเล่นมาค่อนข้างเยอะแล้ว เล่นเป็นตุ๊ด เล่นเป็นคนแก่ยังเคยเลย เล่นมาแบบหลายบทมาก อยากเล่นเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ อเวนเจอร์"
แล้วมีซุปเปอร์ฮีโร่ในดวงใจไหมคะ
"ชอบเดอะฮัคครับ เพราะว่าบ้าพลังดีครับ ผมเป็นคนบ้าพลัง ชอบอะไรแบบที่บ้า บ้าพลังครับ"

ให้พูดถึงผลงานซิงเกิ้ลล่าสุดหน่อย
"ซิงเกิ้ลล่าสุดเป็นซิงเกิ้ลที่มีชื่อว่า “รออะไร” ครับ เป็นเพลงที่ผมแต่งขึ้นมาเพราะผมได้ไปเจอประสบการณ์หนึ่งมาในชีวิตเกี่ยวกับการรอคอยคนรัก ซึ่งผมรู้สึกว่ามันเป็นความรู้สึกที่หลายๆคนน่าจะเคยเจอ เป็นความรู้สึกที่เราไม่อยากเจอหรอก แต่ว่ามันก็ต้องเจอแน่นอน ไม่ว่าวันใดวันหนึ่ง ก็เลยหยิบความรู้สึกนั้นมาแต่งเป็นเพลงนี้"
แล้วตัวฟลุทเอง มีส่วนร่วมอะไรบ้างกับซิงเกิ้ลนี้
"มีส่วนร่วมทุกอย่างครับ ตั้งแต่แต่งเพลง ทำดนตรี โอเค ดนตรีเรามีโปรดิวเซอร์ ผมก็อัดเปียโน อัดอะไรเอง แต่งเอง ถ่ายเอ็มวีเอง ถ่ายโปสเตอร์ก็หาเอง ให้เพื่อนๆมาช่วยถ่าย ไปโปรโมทโปรโมทเอง เอาไปลงจุกซ์ ลงไอจูนอะไรคือทำเองหมดเลยครับ เรียกได้ว่าทำเองหมดทุกอย่างเลยก็ว่าได้"
พอผลงานเพลงนี้ออกมา ฟลุทอยากขอบคุณใครเป็นพิเศษหรือปล่าว
"ผมอยากจะขอบคุณคนที่ผมได้นำเรื่องราวของเขามาแต่งเพลง เพราะว่าเขาก็ทำให้เรามีไอเดียมาแต่งเพลงได้ ซึ่งถ้าเกิดเราไม่ได้เจอเขาหรือว่าไม่ได้เจอเรื่องราวอะไรแบบนี้ มันก็อาจจะไม่เกิดเพลงนี้ และอยากจะขอบคุณพ่อกับแม่ครับ ผมว่าสำคัญมากๆเลย เพราะว่า หนึ่งเลยเราทำเอง มันจะมีความท้อ มีความเหนื่อย แต่ว่าคนที่ทำให้ผลงานออกมาได้ดีแบบนี้ก็คือพ่อแม่ของเรา เขาเป็นคนไปส่งผมเวลาผมไปถ่ายเอ็มวี เป็นคนออกเงินให้ในเวลาเราจะทำอะไร พาไปตะเวณหาช่องทางต่างๆ อยากจะขอบคุณครอบครัวที่สนับสนุนผม และเชื่อมั่นในตัวผมครับ"
ตอนนี้ผู้หญิงคนนั้นรู้หรือยัง
"อ่อ รู้ครับ ผมพูดเลย ผมก็บอกว่า เออเนี้ยะ เราเอาเรื่องราวของเธอมาแต่งเพลงนะ แต่งเพลงเกี่ยวกับอันนี้นะ แต่งเกี่ยวกับคุณนะ ขอยืมเรื่องราวหน่อย แต่ไม่มีใครว่านะ ส่วนใหญ่เขาก็จะแบบจริงหรอ ดีใจได้มีเพลงที่เป็นเรื่องราวของตนเอง"

ส่วนตัวเป็นคนชอบเพลงสไตล์ไหน
"ผมเป็นคนฟังเพลงได้ทุกแนว ถ้าชอบผมชอบเป็นแนวแบบร็อคๆหน่อย ลิตเติ้ลแบลค กรีนเดย์อะไรอย่างนี้อะครับ"
ไลฟ์สไตล์ส่วนตัว
"เป็นคนที่ไลฟ์สไตล์ไม่ค่อยเหมือนกับคนอื่นเขา เพราะว่าหนึ่งผมทำงานเกือบทุกวัน ไม่มีเพื่อน ไม่มีเพื่อนที่แบบ “เห้ย! วันนี้ว่างว่ะไปเที่ยวกันหน่อย” อะไรอย่างเนี้ยไม่ค่อยมี วันไหนว่างผมก็อยู่บ้าน แต่งเพลง เล่นเกมกับน้อง เลี้ยงสัตว์เลี้ยง หรือว่าเบื่อๆหน่อยก็ชวนพ่อแม่ออกมาเดินห้าง กินข้าว ดูหนัง มันจะไม่เหมือนกับวัยรุ่นทั่วไปที่เขาจะไปกับเพื่อน ไปสนุก ส่วนใหญ่จะอยู่แต่บ้าน ถ้าว่างพักผ่อน"
7 วัน นี่ทำงานประมาณกี่วัน
"ถ้าสองเดือนที่ผ่านมานี้ 7วันทำงานแบบ8วันเลยดีกว่า คือวันหนึ่งบางทีทำ2เรื่อง แต่ว่าช่วงนี้เริ่มเบาลงแล้วครับ เพราะว่าบางเรื่องพึ่งจบไป น่าจะไปลุยหนักๆอีกทีช่วงเดือนกันยาครับ"
มีวิธีการแบ่งเวลาให้คนรอบข้างอย่างไรบ้าง
"เรียกได้ว่า ไม่แบ่งเลยดีกว่า ผมพยายามที่จะไม่แบ่งเลยดีกว่า พยายามที่จะมุ่งไปทางใดทางหนึ่งอย่างเดียวเลย เพราะผมคิดว่าถ้าเกิดเราไปแบ่งเวลามันก็จะทำให้เราเสียสมาธิกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งไป ซึ่งผมก็พยายามที่จะเลี่ยงโดยการที่โอเค ไม่ค่อยคุยกับใครในช่วงเวลานั้น เพื่อไม่ให้มีการนัดอะไรกันเกิดขึ้นอย่างนี้ครับ ก็มีแบ่งเวลาให้พ่อแม่เฉยๆครับ ซึ่งเราก็จะเจอกันทุกครั้งหลังเลิกงานอยู่แล้ว ตอนกลับบ้านก็นั่งกินข้าว คุยกันปกติ แต่ว่าผมไม่ค่อยจำเป็นต้องแบ่งเวลาให้ใคร ไม่ได้มีเพื่อนเยอะแยะมากมายหรือว่ามีแฟน ก็เลยแบบไม่ได้ซีเรียสเรื่องการแบ่งเวลาครับ"
นิสัยที่ไม่ดีของเรา
"นิสัยที่ไม่ดีของผม คือ ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบเข้าสังคมครับ ซึ่งก็จะโดนพ่อแม่ว่า เหมือนเวลาผมไปเตะบอล ไปเตะบอลปั๊บแล้วเจอคนที่ไม่รู้จักหลายๆคน ไม่เตะแหละ ก็เดินออกจากสนามเลย ก็ไปถึงแล้ว ไกลมาก ไกลจากบ้านมาก แต่รู้สึกไม่โอเคผมก็ออกเลย หรือว่าไปไหนก็จะคบคนยากคุยได้กับทุกคนนะครับแต่ว่าจะไม่เปิดใจให้ จะเป็นคนเฟรนด์ลี่แต่ใครที่จะมาสนิทกับผมจริงๆคือยากมาก ไม่ค่อยคุยกับใคร ไม่ค่อยยุ่งกับใคร ไม่ค่อยไปเที่ยวหรืออะไรกับใครทั้งนั้นครับ ผมว่าอันนี้เป็นข้อเสียของผม เพราะว่าหนึ่งมันทำให้เราโลกแคบและก็ไม่ค่อยมีคอนเนคชั่นครับ"

สเปคสาวในอุดมคติ
"ก็มีนะครับ มี แต่ก็เคยถูกทำลายสเปคไปบ้าง ผมว่าคนเรามันมีสเปคอยู่แล้วล่ะ ของผมก็จะชอบแบบแนวลูกครึ่งๆ ฝรั่งๆหน่อย แต่บางทีเราเจอคนหมวยๆที่น่ารักมากๆเราก็หลงสเปคเหมือนกันนะครับ ก็ไม่ได้ตายตัวขนาดนั้น แต่ถ้าเกิดถามอย่างแรกเลยก็จะมองว่าเป็นลูกครึ่งหรือปล่าว"
ถ้าให้เลือกระหว่างสาวสวยเซ็กซี่ กับ สาวน่ารักใสใส
"ถ้าให้คบเป็นแฟนหรอ? เมื่อก่อนผมก็ชอบแบบเซ็กซี่นะ แต่ผมเคยเจอปัญหาแล้วแบบมันยุ่งยาก คือแบบไปเที่ยวปั๊บ คนเซ็กซี่เขาก็ต้องแต่งตัวเซ็กซี่ แต่ผมเป็นคนที่ไม่ชอบให้แฟนแต่งตัวเซ็กซี่ ผมก็เลยแบบห้าม แล้วก็เลยแบบทะเลาะกัน ถ้า ณ ปัจจุบัน โอเค เฟิร์สอิมเพรสชั่นผมชอบผู้หญิงเซ็กซี่ แต่ถ้าคบกันแล้วผมชอบคนที่น่ารักๆเรียบร้อยมากกว่าครับ"
ถ้าให้เลือกระหว่าง เก้า สุภัสสรา กับ คิมเบอร์ลี่ ?
"ถ้าเอาจากที่รู้จัก ผมอาจจะเลือกเก้า เพราะว่าผมค่อยข้างสนิทกัน และผมรู้ว่าเขาเป็นคนที่น่ารัก มีมุมที่น่ารักอยู่ แต่กับพี่คิม พี่เขาก็สวยแต่พี่เขามีพี่หมากแล้วนะครับ ก็เลยไม่อยากเลือกพี่เขาครับ 555 อีกอย่างหนึ่งพี่คิมผมไม่ค่อยรู้ว่านิสัยส่วนตัวเขาเป็นอย่างไร แต่ถ้ากับเก้านี่ผมจะรู้ว่าแบบเขาน่ารัก ก็เลือกชอบเก้ามากกว่า"
ถ้าให้เลือกระหว่าง หมาก ปริญญ์ กับ อเล็ก เรนเดล ?
ถ้าเราเป็นผู้หญิงเนี้ยะ เอิ่ม... ผมเลือกพี่อเล็กซ์ เพราะผมสนิทกับพี่อเล็กซ์ด้วยมั้ง แล้วพี่อเล็กซ์เขาก็มีมุมคูลๆของเขา กับพี่หมากเขาก็เท่ห์นะ เขาเป็นผู้ชายที่เท่ห์เลย แต่แบบอาจจะไม่ค่อยสนิทเราเลยไม่รู้ อย่างพี่อเล็กซ์อะผมรู้ ผมเล่นละครกับเขามาตั้งแต่เด็กๆ เตะบอลด้วยกัน เที่ยวด้วยกัน ก็จะรู้ว่าแบบเขาเท่ห์ในบางมุมอะไรอย่างแบบนี้
ชอบงานในวงการประเภทไหนมากที่สุด เล่นละคร ร้องเพลง ถ่ายแบบ
"ก็ชอบหมดนะครับ แต่ถ้าชอบสุดผมชอบวงการเพลงมากกว่าครับ เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่ออกมาจากตัวเรา100% มีความเป็นตัวของตัวเองมากที่สุด อย่างการแสดง หนึ่งเราไปรับบทบาทอื่น มันก็ไม่ใช่ตัวเราแหละ สองมีผู้กำกับมาบังคับเราอีก มีอะไรมาเยอะแยะ แต่อย่างเพลงผมจะแต่งแบบนี้ก็ไม่มีใครว่าผมได้เพราะผมไม่ได้ขึ้นกับค่าย อยากทำดนตรีแบบนี้ก็ตัวเรา วันนี้เราอยากขึ้นคอนเสิร์ตก็มีความเป็นตัวของเรา มีความอิสระมากกว่า ผมก็เลยรู้สึกว่าผมชอบอะไรที่เป็นตัวเองมากกว่าก็เลยชอบเพลงมากกว่า แต่การแสดงก็ชอบนะครับ มันก็เป็นอะไรที่สนุกอีกแบบหนึ่ง เราได้เป็นอะไรในแบบที่เราไม่เคยเป็นมาก่อน"

ถ้ามีละครเรื่องหนึ่งเราได้รับบทเป็นพระเอก แล้วเขาให้เราเลือกนางเอกได้ เราจะเลือกใคร
"เลือกพี่ปูไปรยาครับ 555 หรือไม่ก็พี่ใหม่ ดาวิกาครับ พี่ปูละกัน ผมเคยร่วมงานกับพี่ปูตอนเด็กๆ แต่ยังไม่เคยร่วมงานตอนโตอะครับ"
เล่าเรื่องราวสมัยเด็ก
"ผมคิดว่าชีวิตผมผ่านอะไรมาเยอะมากๆเลย เพราะว่าผมทำงานตั้งแต่ 2 ขวบ ทำแบบทุกช่วงเวลาไม่มีวันหยุดเลยนะครับ คือไม่ได้แบบหายห่างไปจากวงการเลย แต่บางอย่างเราก็ต้องขาดหายไป เช่น การที่เราไปเล่นกับเพื่อนเราไม่ได้ทำแน่นอน การที่เราจะได้ไปสนุกกับเพื่อน เราไม่ได้รับอะไรพวกนี้เลย แต่สิ่งหนึ่งที่เราได้รับคือประสบการณ์ในการทำงานซึ่งมันเป็นสิ่งหนึ่งที่เด็กๆจะไม่สามารถเจอได้ในชีวิตปกติเลยอะครับ เพราะเวลาไปกองถ่ายเราก็จะเจอแต่คนโตๆ ได้รับข่าวสารสิ่งที่ผู้ใหญ่เขาโตแล้วเขาก็จะพูดกัน เราก็จะเหมือนโตเร็วกว่าวัยเด็ก แล้วกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ผมเป็นมาหมดทุกอย่างแล้วนะครับ เป็นเอ็กซ์ตร้าก็เคยเป็น หรือว่าทำอะไรในวงการได้ผมทำมาหมดแล้ว ทุกอย่างเลยนะครับ เป็นนักข่าว พิธีกร วีเจ ดีเจ นักร้อง พากษ์เสียงโฆษณา การ์ตูน หนังใหญ่ ละครเวที ละครซิทคอม ผ่านมาเยอะมากๆ กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ มันเหนื่อยนะ แต่ผมว่าถ้าเรามีความพยายาม มีความตั้งใจ ถ้าชอบจริงๆ มันก็สามารถมาถึงจุดนี้ได้หมด ทุกคนแน่นอนครับ"
เคยท้อไหม
"ไม่เคยคิดว่า ไม่อยากจะทำแล้ว แต่เคยคิดว่า “ทำไมเราถึงไปในจุดที่หวังไว้ไม่ได้สักที” ทุกวันนี้ก็ยังไม่ถึงนะ คือผมทำงานมาเป็นสิบปี แต่ก็ยังไม่ได้ประสบความสำเร็จเหมือนคนอื่นเขา บางคนเข้าวงการมาปีเดียว โห้ ได้รางวัลละ ดังล่ะ มีแฟนคลับเป็นแสนเป็นล้านละ แต่อย่างผม ทำงานมาเยอะขนาดนี้แต่เราก็ยังไม่ถึงจุดที่เราวางไว้สักที แต่ผมก็คิดไปคิดมาเราก็ได้แบบอื่นที่คนอื่นเขาก็ไม่ได้เหมือนกัน บางทีมันก็ไม่ใช่ว่าเราไม่ประสบความสำเร็จทั้งหมด มันก็มีส่วนหนึ่งที่เรามาไกลแล้ว เมื่อก่อนผมเป็นเด็กคนหนึ่งที่ไม่มีอะไรเลยมาถึงขนาดนี้ได้ก็ถือว่ามันก็สุดยอดแล้ว แต่ตอนนี้ที่มาทำเพลงเพราะผมคิดว่าผมอยากจะสร้างสรรค์ผลงาน อยากจะสร้างความฝันด้วยตัวเองแหละ ไม่อยากไปพึ่งคนอื่นแหละ เพราะว่าอย่างถ้าเราถ่ายละคร เราก็ต้องนั่งรอวันไหนเขาจะเลือกเราไปเล่น วันไหนเขาจะให้เราบทพระเอก แต่ถ้าเราทำงานของเราเอง เราทำเพลงของเราเอง เราก็ทำของเราเองเลย เราสร้างตัวเราเองขึ้นไป แล้วมันจะประสบความสำเร็จหรือไม่ประสบความสำเร็จก็ขึ้นอยู่ที่เราแล้วครับ"
นอกจากทำงานในวงการบันเทิงแล้วยังมีธุรกิจอะไรอีกไหม
"ธุรกิจก็ร้านอาหาร hokkai don เป็นหุ้นส่วนเล็กๆ ร่วมกับพี่ที่สนิทกันนะครับเป็นคนญี่ปุ่น ซึ่งตอนแรกผมก็ไม่ได้มีส่วนร่วมอะไรกับร้านนี้หรอกครับแต่ว่าเหมือนเราชอบกิน ได้มารู้จักกับพี่เขา พี่เขาก็เลยแบบเอ่อ..นายก็มาทำกับพี่สิ แบบว่ามาช่วยพี่ทำร้าน พาเพื่อนๆมากินมาโปรโมทกันอะไรอย่างนี้อะครับ สนุกดีครับการทำร้านอาหารเพราะว่ามันก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผมทำแล้วผมชอบเพราะผมชอบกินอาหารญี่ปุ่นอยู่แล้ว การที่ได้มาอยู่แต่กับอาหารญี่ปุ่นมันก็เลยเป็นสิ่งที่เรารู้สึกว่ามันสนุก มันไม่น่าเบื่อ เวลาที่เรามีร้านของตัวเอง เราชวนเพื่อนมากิน มันคือความสุข เวลาเห็นเพื่อนอร่อย เห็นคนรู้จักอร่อย เห็นลูกค้าที่มากินอร่อย มันก็เป็นความสุขอีกรูปแบบหนึ่งครับ"

ผลงานชิ้นไหนที่เรารู้สึกว่าโดนกับชีวิตตัวเองมาก
Wผลงานที่คล้ายกับชีวิตตัวเองมาก มีอยู่ผลงานหนึ่งครับ เป็นซีรีส์ครั้งนั้นไม่ลืมครับ ผู้กำกับคือพี่ที่ผมรู้จักตั้งแต่เด็กเหมือนกันแล้วเขามาทำละคร เขาก็เอาชีวิตผมเนี้ยไปเขียนเลยเพราะฉะนั้นมันก็ค่อยข้างตรงกับชีวิตผมมากครับ ผมก็เลยคิดว่าเรื่องนั้นใกล้เคียงกับชีวิตผมแทบจะมากที่สุดแล้ว แต่ผมกลับไม่ได้รู้สึกชอบมากนะกับอะไรที่เป็นตัวของตัวเองมากขนาดนั้นเวลาไปแสดง เพราะผมคิดว่าการแสดงสิ่งที่ท้าทายเลยคือมันต้องเป็นอะไรที่เราไม่ได้เป็นมาก่อนและเราต้องพยายามที่จะเป็นมัน อันนั้นผมว่ามันสนุกกว่าการที่เราไปทำในสิ่งที่เราเป็นอยู่แล้วทุกวัน ทำในสิ่งที่เราเจออยู่แล้วทุกวัน ผมว่ามันไม่ค่อยท้าทาย"
อยากให้พูดถึงคาถาเปลี่ยนเกรด
"ถ้าให้พูดถึงคาถาเปลี่ยนเกรดนะครับผม ทำดีได้ดี ทำมั่วได้เต็ม ทำอะไรไม่เป็นลอกเพื่อนครับ 555 สำหรับผมก็ไม่ได้เป็นคนที่ถนัดการเรียนอะไรเท่าไหร่ ไม่ใช่เรียนไม่เก่งนะครับ เป็นคนที่เรียนเก่ง จำเก่ง แต่แบบไม่ได้เป็นคนตั้งใจเรียนอะไรแบบนี้อะครับ แต่ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดเลยก็คือ เราต้องหาเพื่อนดีดีสักคนหนึ่งครับ จะช่วยเราได้แน่นอนครับผม"
มุกอะไรที่เราเล่นออกไปแล้วฮาแน่นอน
"มุกเนี้ย มันต้องมีคนส่งมันถึงจะฮา แต่ว่ามันจะมีแบบเรื่องเล่า คำคม อะไรแบบเนี้ยะที่มันฮา อย่างคำคมเวลาแซวสาวที่ผมชอบแซวนะก็จะแบบ “เห้ย เธอๆเราอยากพาเธอไปดวงจันทร์จังเลย” ผู้หญิงก็จะถามว่าแบบ “ทำไมหรอ” เราก็จะบอกว่า “ก็ดวงจันทร์ที่ไม่ห่างไกลคือดวงใจที่ไม่ห่างกัน” 555 หรือเป็นเรื่องเล่า เรื่องเล่าอย่างเช่น เรื่องเล่าเกี่ยวกับของขลัง ก็จะเล่าแบบว่า “รู้ไหมว่าแบบว่า อาเราโหดมากเลย สักมังกรนะทั้งแขนเลย หางอยู่นี่ หัวเนี้ยอยู่นี่เลย วันนั้นไปเจอโจทก์ โจทก์มาสามคน โจทก์ถือมีดมาไง อาก็ไม่กลัว อาเข้าไปเลย โจทก์ก็เอามีดฟัน ปึง ปึง ปึง!” คนนั้นก็จะส่งมาว่า “แขนไม่เป็นไรเลยหรอ” เราก็จะตบไปว่า “ทุกวันนี้เหลือแต่หางนี่ไง” อะไรประมาณนี้ครับ"
ฝากผลงานและช่องทางการติดตาม
ผลงานตอนนี้ก็มีละครเรื่องคุณย่าดอทคอมนะครับ ทางช่องทรูนะครับ ปลายปีนี้จะมีละครทางช่อง3 อีก 2 เรื่อง และก็หนังใหญ่อีก 1 เรื่อง และก็ที่สำคัญที่สุดตอนนี้เลยก็คือผลงานเพลงของผมนะครับผม ไม่ว่าจะเป็นเพลงเก่าเพลงใหม่ อย่าง Far away หรือว่าซิงเกิ้ลใหม่ รออะไร ก็สามารถเข้าไปฟังได้ทุกเพลงที่ยูทิวป์แชนแนล ฟลุท ชินพรรธน์ออฟฟิเชี่ยลนะครับ หรือว่าจะติดตามไลฟ์สไตล์ส่วนตัวทางอินสตาแกรมก็ได้นะครับ FLUTE Chinnaphat
เป็นยังไงกันบ้างหนุ่มหล่อ แถมคารมดีอะไรเบอร์นี้ สาวน้อยใหญ่ต่างตกหลุมรักกันเป็นแถว ๆ ยังไงก็อย่าลืมติดตามผลงานของหนุ่มฟลุทกันด้วยนะจ๊ะ



Comments