A.R.T. อาร์ต กฤช วิรยศิริ บทเพลงเเละตัวตน - Mixmaya.Com
  • Home
  • askthem
  • A.R.T. อาร์ต กฤช วิรยศิริ บทเพลงเเละตัวตน
 A.R.T. อาร์ต กฤช วิรยศิริ บทเพลงเเละตัวตน

A.R.T. อาร์ต กฤช วิรยศิริ บทเพลงเเละตัวตน

MiXMAYA: แนะนำตัวกันหน่อยครับ

A.R.T.:ผมอาร์ทนะครับ ใช้ชื่อศิลปินว่า ART นะครับ เดิมทีเป็นสมาชิกวง 7th Scene เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว ส่วนตอนนี้ก็มาทำงานเดี่ยวของตัวเอง ลักษณะเป็น producer artist ก็คืองานที่เราขายความเป็นโปรดิวเซอร์ แล้วก็ทำเพลงเองทุกอย่างทั้งหมด โดยที่จะเอานักร้องมาถ่ายทอดเพลงของเราครับ

MIXMAYA: วันเดือนปีเกิด ราศี กรุ๊ปเลือด

A.R.T.:วันเกิด 14 มกราคม ราศี มังกร กรุ๊ปเลือด B

MIXMAYA:สีที่ชอบ

A.R.T.:สีเขียวมะกอก

MIXMAYA:การ์ตูนที่ชอบ

A.R.T.:โจโจ้ ล่าข้ามศตวรรษ ครับ

MIXMAYA:ในบรรดาตระกูลโจทั้งหมด ชอบคนไหนที่สุด ?

A.R.T.:ชอบ โจเซฟครับ มันเหมือนกับว่าเค้ามีบทบาทในหลายภาคมากที่สุดแล้ว ตั้งแต่ยังหนุ่มจนแก่เลย

MIXMAYA:.พี่อาร์ทเริ่มชื่นชอบดนตรีตั้งแต่เมื่อไหร่ และเริ่มเล่นตั้งแต่ช่วงไหน ?

A.R.T.:ชอบดนตรีตั้งแต่เด็กแล้วครับ เพราะที่บ้านก็ชอบฟังเพลงด้วยนะครับ เวลาคุณพ่อคุณแม่ ขับรถไปรับไปส่ง ก็จะได้ยินเพลงประเภทหนึ่ง อย่างเช่น มาดอนน่า ส่วนเวลาคุณพ่อมารับก็จะได้ฟังแนว โฟล์คซอง ก็เลยได้ฟังกันมาเรื่อยๆ พอโตขึ้นก็เริ่มหาสิ่งที่เราอยากฟังเอง ก็จะเป็นเพลงยุค 90's เป็นแนว alternative อย่างวง oasis วงblur nirvana ก็เรียกว่าเป็นช่วงบูมของวงการเพลงร๊อคด้วย โดยตอนนั้นผมนี่เรียกได้ว่าเป็นเด็กที่ซื้อเทปเดือนละ 4-5 ม้วนเลยนะ

MIXMAYA:.ซึมซับการฟังเพลงมาเรื่อยๆ จนอยากเล่นดนตรีเอง ?

A.R.T.:ใช่ครับ คือจริงๆเริ่มเล่นเองคนเดียว เล่นกีตาร์โปร่งคนเดียว คุณพ่อจะสอนตั้งแต่ช่วง ม.2 ก็เล่นจนเริ่มโต มาช่วง ม.ปลาย ก็เริ่มไปห้องซ้อมดนตรีกับเพื่อน คือเราเห็นเพื่อนไปห้องซ้อมดนตรีกัน ก็เลยไปกับเค้า โดยที่เราก็ไม่รู้ว่าเพื่อนๆก็หัดเล่นเหมือนกัน หลังจากนั้นก็เรียกได้ว่าแทบทุกเย็นก็จะไปซ้อมกันบ่อยๆ

MIXMAYA: จำครั้งแรกที่ขึ้นเวทีกับเพื่อนครั้งแรกได้หรือเปล่า ?

A.R.T.:ความรู้สึกตอนนั้น มันก็สนุกนะครับ ส่วนเรื่องตื่นเต้นไหม ก็ไม่ค่อยนะครับ แต่เราแบบจะคิดเยอะไปว่า เราจะทำอะไรบ้าง ก็ตลกดีนะครับ ดีที่ไม่มีใครถ่ายวิดีโอไว้ คือเหมือนว่าเราพยายามทำตัวแบบร๊อคสตาร์มากๆ เรียกว่าใส่เต็มเลย แต่มันเหมือนว่าไม่ได้คุยกันก่อนกับเพื่อนๆ คือคนอื่นเค้าเล่นกันนิ่งๆ ก็ตลกดีนะครับ

MIXMAYA:จริงๆเเล้วตอนเด็กๆอยากเป็นอะไร

A.R.T.:ผมชอบวาดภาพผู้ใหญ่เห็นก็ชอบพูดว่า ชอบวาดรูปนี่ โตขึ้นน่าจะไปเรียนสถาปัตย์นะ แล้วก็ด้วยความที่พ่อผมเองเนี่ย เค้าเคยอยากเรียนสถาปัตย์มาก แต่เค้าก็เรียนวิศวะมา แล้วก็เรียกว่าในสายเลือดเลย มี อา ผม 3 คนที่จบสถาปัตย์ เรียกว่าชอบตรงที่ได้วาด ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งสุดท้ายก็ได้เรียนสถาปัตย์จริงๆ ส่วนดนตรีเนี่ยที่คิดว่าอยากทำจริงจัง จะเป็นช่วง ม.ปลาย หลังจากที่ได้ไปซ้อมกับเพื่อน ได้ขึ้นเวที ผมรู้สึกว่าเราอยากใส่ดนตรีที่มันเป็นของเราเอง เราไม่ค่อยอยากเล่นในแบบที่เค้าเล่น ก็เลยเป็นที่มาของการที่คิดว่า เราน่าจะทำขึ้นมาเองเลยดีไหม

MIXMAYA:ศิลปินในดวงใจในช่วง 90's เป็นใคร ?

A.R.T.:ตอนนั้นชอบ oasis ครับ มันเป็นช่วงยุคที่แบบเพลงอังกฤษมาแรงมาก แล้วเรามีโอกาสด้วยตรงที่ที่บ้านส่งไปเรียนซัมเมอร์ที่อังกฤษด้วย ทุกที่เค้าก็เปิดเพลงของ oasis ด้วย และไม่ว่าจะเพื่อนๆหรือโฮสแฟมิลี่ที่นั่น ก็จะคุยเรื่องเพลงกันด้วย มันเลยเป็นเหมือนประเด็นร่วมที่ทำให้เรามาคุยกันบนโต๊ะอาหารได้

MIXMAYA:เพลงที่ชอบของ oasis ?

A.R.T.:จริงๆชอบหมดเลยครับ แต่ถ้าให้เลือกจริงๆก็ชอบเพลง what ever มากครับ

MIXMAYA:.อยากให้พูดถึงตัวตนทางด้านดนตรีของตัวเอง

A.R.T.:จริงๆตัวตนผมเนี่ยถ้าแบบถอดทุกอย่างออกหมดเลย ก็จะเป็นแบบ ร๊อค แต่ว่าพอเราเดินทางมาเรื่อยๆเราก็ไม่ได้ชอบแค่อย่างเดียว ก็พยายามจับแนวอื่น สไตล์อื่นมาอยู่ในเพลงของเรา ก็กลายเป็นว่า ผมก็เริ่มชอบพวก electronic หรือพวกการสังเคราะห์เสียงต่างๆ ก็นำพวกนั้นมา sound design รวมอยู่กับตัวแก่นของมันจริงๆแล้วก็คือ alternative ครับ

MIXMAYA:ตัวตนของพี่อาร์ท จริงๆแล้วเป็นคนยังไง ?

A.R.T.:เป็นคนยาก คือ เป็นคนที่มั่นใจในตัวเอง แต่ไม่มั่นไม่ใจในตัวเอง คือมีความลังเลในตัวเองสูง แต่เมื่อคิดตกแล้ว เราก็จะมั่นใจในการพรีเซ้นท์ออกไป

MIXMAYA: มีความรู้สึกเหมือน ถ้าเราจับกีตาร์แล้วจะเป็นอีกคนไหม ?

A.R.T.:จริงๆก็มีคนบอกว่าเป็นแบบนั้นนะ เค้าจะบอกว่าผมดูเป็นคนขี้อาย ดูติ๋มๆไม่มั่นใจในตัวเองด้วยซ้ำ แต่ว่าพอขึ้นไปเล่นดนตรีแล้วเค้าจะบอกว่า เราเนี่ยดูร้าย ดูมั่นใจ

MIXMAYA:พูดถึงเพลงต่างๆในอัลบั้ม " ที่แล้ว "

A.R.T.:จริงๆแล้วทั้งอัลบั้มนะครับ มันเกิดจากเหตุการณ์หนึ่งคือ อกหัก ครับทุกคนก็เคยเจอแหละ ตอนนั้นก็เป็นหนัก แล้วก็เคว้งไม่มีอะไรทำ ก็ได้ พี่บอยมาแนะนำว่า เนี่ยเขียนมาให้เป็นเพลงหมดเลยสิ เราก็เริ่มเขียนมาเรื่อยๆ แต่พอแบบมันใช้เวลายาวๆแล้วเนี่ย เรามานั่งตกผลึกว่า ไม่ต้องเป็นเพลงแบบเศร้า ฟูมฟาย อย่างเดียวดีกว่า เอาเป็นเริ่มต้นตั้งแต่วันแรกที่อกหัก เราเปลี่ยนแปลง สภาวะจิตใจ ไปจนถึงวันสุดท้ายที่เรารู้สึกว่า เราปกติดีแล้ว มันก็จะเป็น คอนเซปอัลบั้มเราที่ว่า คือมันมี 6 เพลงที่เรียงต่อกัน ซึ่งบอกถึงสภาวะอารมณ์ความคิดของเรา เพราะฉะนั้นมันก็จะมีตั้งแต่เพลงที่เศร้ามากๆ หรือเพลงที่อารมณ์โกรธ ไปจนถึงเพลงที่แบบ ฉันโอเคแล้ว แต่ว่าที่บังเอิญก็คือว่า พอทำอัลบั้มเสร็จ เราก็ไป collaboration กับทางจิตแพทย์ เค้าก็ให้ข้อมูลมาว่า เพลงทั้ง 6 เพลงที่มันเรียงกันมาเนี่ย มันดันตรงกับทฤษฏีของเค้าเนี่ย เรียกว่า ทฤษฏีของความสูญเสีย ซึ่งจะมี 5 ข้อและมันก็เรียงลำดับตรงตามเพลงในอัลบั้มนี้เลย

MIXMAYA:การร่วมงานกับศิลปินแต่ละท่าน ในแต่ละเพลง เป็นอย่างไรบ้าง ?

A.R.T.:ผมก็เลือกเสียงที่คิดว่าจะถ่ายทอดแต่ละเพลงของเราได้ นอกจากเสียงแล้วก็จะมีคาแรคเตอร์ เพราะนักร้องแต่ละคนเค้าจะมี คาแรคเตอร์ที่แตกต่างกัน ยกตัวอย่าง เพลงแรกสุดชื่อเพลง ปัจจุบัน คือจะพูดถึง เราไม่อยู่กับปัจจุบันอะ เราไปมัวแต่กังวลกับอดีต ไปเจ็บกับเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วในอดีต กลัวว่าเรื่องมันจะเกิดขึ้นมาอีก มันก็จะมีคำที่ให้ข้อคิดอยุ่ในเพลง ส่วนตัวผมเองเนี่ยเรามองว่าเราเนี่ย nobody อะ ต้องหากระบอกเสียงที่เรียกว่า มีความน่าเชื่อถือ ผมก็เลือกมาเป็น พี่ป๊อด (โมเดิร์นด๊อก ) คือแกเนี่ยเป็นตำนานอยู่แล้ว พี่ป๊อดแกก็ชอบเรื่องศาสนาอยู่แล้ว ซึ่งเพลงคอนเซปมันก็โยงกันเกี่ยวกับเรื่องคติ หลังชวนพี่ป๊อดมาร้องแล้วแกก็ชอบ อีกอย่างคือผมตั้งใจว่าเพลงนี้ เราจะไม่ได้สอนคน แต่เราจะบอกว่า เราเป็นยังไง เราเจออะไร แล้วคนที่มีความรู้สึกร่วมที่เจออะไรมาแบบเรา จะได้มาแชร์กัน เพราะผมจะไม่มั่นใจกับการที่ต้องไปบอกว่า คุณต้องทำยังไงกับชีวิต เพราะเราป็นใครที่ไหนก็ไม่รู้ เอาเป็นว่า เราบอกดีกว่าว่าเราเจออะไรมา เพื่อที่จะสะท้อนให้คนที่เจอเหมือนเราเห็น ส่วนอีกคนก็คือ กอล์ฟ (F Hero)  ก็เป็นอีกเสียงหนึ่งที่น่าเชื่ออยู่แล้ว เพราะเค้ามีความพริ้วในการใช้คำ ตอนที่ทำงานกับกอล์ฟเนี่ย ผมก็ส่งไปเป็นดนตรีซึ่งมีท่อนร้องเป็นไกด์ ซึ่งตามทำเนียมของแรพเปอร์ เค้าก็จะมีไรม์เอง ผมก็จะเว้นที่ไว้ให้กอล์ฟลองไปใส่ดู ก็ไม่มีแก้ไขครับ ในส่วนของพี่ป๊อดนี่ผมจะพูดถึงเรื่องภาพรวม เป็นการสรุปในท่อนฮุค ส่วนของกอล์ฟก็จะแร๊พแบบลงดีเทล คือเพลงโทนมันสับสนวุ่นวาย ส่วนกอล์ฟก็จะแรพแบบดุเดือดมาก จริงๆตอนแรกกอล์ฟเคยชวนผมทำ คือเค้าจะมาอัดเสียงที่ห้องผมนะครับ คือมันจะมีทั้งแนวช้า และแนวสนุกแบบเต้นๆ แต่เค้ามาบอกผมว่า พี่ผมอยากได้เพลงร๊อค ที่สามารถปล่อยพลังได้เต็มๆ ผมก็เลยโอเค ถ้าเกิดชอบ เพราะเราก็อยากได้นายอยู่แล้ว

MIXMAYA:ศิลปินท่านอื่นๆในอัลบั้ม

A.R.T.:ท่านต่อมาเป็น คิว วงฟลัวร์ คือคิวเนี่ยเค้ามีเสียงที่บาดลึกอยู่แล้ว ซึ่งผมก็แทนด้วยเพลง " เท่านั้น " เป็นเพลงที่แบบดิ่งเพราะเราโกรธอะว่าทำไมเค้าทำแบบนี้กับเรา เราก็ใช้เสียงของคิว ที่เค้ากรีดร้อง เป็นเพลงที่โวยวายที่สุดในอัลบั้ม พอคิวมาร้องใส่เข้าไปในดนตรีที่ผมทำ พอคิวร้องเสร็จ ผมต้องไปแก้ดนตรีใหม่ เพราะเสียงร้องเค้าพุ่งมาก อารมณ์ดนตรีเราก็ต้องพุ่งด้วย เพื่อที่จะซัพพอร์ทเค้าได้ ส่วนคนต่อมาก็มี เพลงที่ 3 ชื่อเพลง " คนใหม่ " นักร้องก็คือ ใหม่ วง no one else ใหม่เนี่ยเป็นเสียงร้องเพลง ฉันดีใจที่มีเธอ คนอาจจะไม่รู้จักหน้าเค้า แต่ว่าเค้าร้องเพลงเพราะมาก ใหม่เนี่ย เป็นคนที่สุภาพ และเพลงคนใหม่เนี่ย มันจะพูดถึงว่า ฉันสำนึกผิดแล้ว ฉันเป็นคนใหม่แล้วแต่เธอไม่อยู่ให้ฉันแก้ตัว ก็เลยเลือกใหม่มาเพราะมันเป็นเพลงที่เศร้าและถ่อมตัว น้ำเสียงเค้าจะมีความแหบ และเศร้าอยู่แล้ว ถัดมาก็เพลง "มัน" ซึ่งเนื้อหาจะคล้ายๆกับเพลงคนใหม่ คีเวิร์ดมันอยู่ตรงที่ เธอทำให้ฉันอยากจะเป็นคนที่ดีกว่าเดิม คือจริงๆแล้วมันเป็นเพลงเศร้า คือ ณ จุดๆหนึ่งที่คนเราเศร้า มันจะมีอาการที่แบบ เล่นตัวเอง หรือ ขำตัวเอง ก็เลยเป็นที่มาของเพลงนี้ ซึ่งมันจะเปรียบเทียบว่า เราอยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง แต่เราไม่มีแรง แล้วเราจะเปลี่ยนเรื่องใหญ่ๆเนี่ยไม่ได้แล้วนะ เราไม่มีแรง เราก็เลยเริ่มเปลี่ยนจากเรื่องเล็กๆก่อน ทำผสมๆรวมกันมันก็จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ แล้วซักวันหนึ่งมันก็จะเปลี่ยนเป็นคนที่ดีกว่าเดิมได้ในที่สุด ก็เลยใช้เสียงของ น๊อต ที่มีความอมยิ้ม คือเค้าก็กำลังเศร้านะ แต่ว่าก็ยังยิ้มสู้นะ  ส่วนเพลงต่อมาชื่อเพลง "ฉันไม่ได้รอ" ที่เลือก ตู่ มาเพราะว่า จริงๆเสียงเค้าเหมาะกับแนวเพลงอยู่แล้ว เพราะเพลงจะติดแนว R&B เพราะเพลงไม่ได้ร๊อคมาก อีกอย่างคือในส่วนของเนื้อหา ผมไปเจอเหตุการณ์นึงมาแล้วผมก็คิดคำๆนึงได้ว่า i'm not waiting but i'm just loving คือมันพูดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้วมันแบบว่า คือเราไม่ได้รอ แต่ว่าเรายังรักอยู่น่ะ ซึ่งมันดูหล่อ และคนที่จะมาพูดแบบนี้ได้มันต้องมีมาดที่แบบเป็นพระเอกหน่อย ก็เลยเป็นเพลงนี้ออกมา เป็นการบอกผู้หญิงที่เค้าคิดว่าที่เรายังไม่ไปไหนสักทีนึง แล้วเค้าบอกเราว่า ไม่ต้องรอเราหรอก เราไม่กลับไปแล้ว ซึ่งเราก็ตอบกลับไปว่า เธอเข้าใจผิดแล้ว ที่เธอเห็นเราแบบนี้เราไม่ได้รอเธอนะ แต่เพราะว่าเรายังรักเธออยู่ เพราะฉะนั้นคือ เราจะเป็นยังไงของเราน่ะเธอไม่ต้องสนใจ ซึ่งวันไหนที่เราเลิกรักเธอแล้วเราก็จะใช้ชีวิตของเราได้เอง แต่ว่าตอนนี้มันไม่ได้ และมันเป็นเรื่องในใจเรามันไม่ใช่เรื่องของเธอนะ ก็จะมีความเท่ๆอยุ่ในเพลง และต่อมาก็เพลงสุดท้าย ชื่อเพลงว่า " เนิ่นนาน " มันเป็นเพลงของการข้ามผ่าน คือโทนเพลงมันจะเป็นโทนสว่าง คือการกลับมาสู่การใช้ชีวิตปกติ หลังจากเรามีเรื่องราวมากมายให้คิด สุดท้ายเรามาคิดได้ว่า คำถามต่างๆที่เรามีอยู่ในใจเกี่ยวกับเหตุการณ์เรื่องอกหักเนี่ย มันไม่มีใครมานั่งตอบให้เราหรอก เพราะฉะนั้นคือคำถามที่มันค้างคาเนี่ย บางเรื่องมันไม่มีคำตอบหรอก จนกว่าเราจะหยุดถาม แล้วก็ใช้ชีวิตของเราต่อไป ก็เลยเลือก สแตมป์ มา เพราะว่าสแตมป์เนี่ย เค้ามีมุมที่เป็นคนใส อารมณ์ดี แต่จริงๆแล้ว เค้าเป็นคนซับซ้อนนะ คือลึกๆแล้วมีความคิดเยอะเหมือนกัน ก่อนที่จะถ่ายทอดอะไรออกมา แต่ว่าภาพที่เค้าถ่ายทอดมาเนี่ยมันเป็นภาพแบบ อารมณ์ดี ผมก็เลยคิดว่าแบบนี้มันเหมาะ เพราะมันเป็นเพลงแบบปล่อยสบายๆ หลังจากที่คร่ำครวญมานาน ก็เลยใช้เสียงของสแตมป์ในการถ่ายทอดครับ

MIXMAYA:ผลงานที่ผ่านมา ที่มองว่าเป็น มาสเตอร์พีซ ของตัวเองคือชิ้นไหน ?

A.R.T.:ส่วนตัวผมมองว่าชุดนี้ครับ เพราะว่ามันใช้เวลาในการบ่มเพาะมาน่าจะสัก 5 ปี แล้วมันคือสิ่งที่สร้างจากประสบการณ์จริง และเป็นสิ่งที่เราทำเองเรียกได้ว่าทั้งหมด ยกเว้นร้อง จริงๆต้องบอกว่า ผมตั้งใจทำทุกงานดีกว่า อย่าง 7th scene เนี่ย ตั้งแต่ตอนที่ทำวง จนมาถึงตอนนี้กลับมาฟัง เราก็เห็นข้อบกพร่องของ ณ วัยนั้นที่เรายังมองไม่เห็น แต่ถ้าว่าเราเสียดาย อยากจะกลับไปแก้ไหม ก็ไม่ เพราะว่าเราก็รักมัน เพราะว่าเราเต็มที่แล้วในวัยนั้น

MIXMAYA:มีคำแนะนำให้น้องๆที่อยากเดินตามแนวทางอย่างไร

A.R.T.:ก็อยากให้มั่นใจในตัวเองครับ แต่ในความมั่นใจคุณจะต้องศึกษา เรียนรู้เยอะๆ ทุกอย่างเราสามารถจับมาเป็นเพลงได้หมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเนื้อหา และ ดนตรี อย่างในส่วนของดนตรีเนี่ย คนที่ฟังเพลงเยอะได้เปรียบอยู่แล้ว อยู่ๆแต่งเพลงขึ้นมาเค้าก็ไปหยิบมาจากส่วนไหนในสมองก็ได้ เพราะฉะนั้นฟังไปเถอะ ไม่ต้องเป็นเพลงในอัลบั้มตัวเองชอบก็ได้ ในส่วนของเนื้อหา อันนี้แนะว่า ให้สังเกตุสิ่งรอบตัว จริงๆแล้วเราไม่ต้องเขียนอะไรยากเลย เขียนจากสิ่งรอบตัวนั่นแหละครับ ที่ผมเขียนทั้งหมด ผมไม่ได้หยิบอะไรยากๆมาเขียนเลยนะ  อยู่ที่ว่าคุณมองเห็นมันหรือเปล่า

MIXMAYA:เคยเกิดปัญหา ไอเดียตันบ้างไหม ?

A.R.T.:ถ้าจะตันเนี่ย มันจะเกิดจากสิ่งที่เราต้องการจะพูดมันคลุมเครือ เราไม่มั่นใจว่าจะพูดสิ่งนี้ดีไหม มันก็จะครึ่งๆกลางๆ ซึ่งผมก็จะไม่ค่อยทำแบบนั้น ส่วนใหญ่ถ้าตันจะเป็นงานที่มีโจทย์มากกว่า เพราะมันจะมีกรอบมาให้เราทำ กับบางเรื่องที่เราไม่เคยมีมุมมองตรงนั้นมาก่อน เราก็ไม่สามารถเขียนได้เลย เราก็ต้องไปหาข้อมูล เพื่อทำความเข้าใจ

MIXMAYA:ถ้าสามารถเลือกทำเพลงกับใครก็ได้บนโลกนี้ ?

A.R.T.:อยากทำกับ Hans Zimmer เค้าทำสกอร์หนัง ทำเพลงประกอบหนัง คือผมก็สนใจพวกเพลงประกอบหนังเหมือนกัน คือก็เคยคิดว่าอยากจะทำเพลงที่ยิ่งใหญ่ในหนังแบบนั้น มาทำในดนตรีป๊อป ผมว่ามันน่าลองดี

MIXMAYA:ตอนนี้คุณอาร์ทมีมุมมองความรักอย่างไร ?

A.R.T.:ผมว่ามันเป็นสิ่งที่เกิดในใจมนุษย์ โดยที่ไม่มีเหตุผล แล้วก็ดันเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลกับชีวิตของคนๆนั้นได้มากกว่าเหตุผลซะอีก คือถ้าพูดเรื่องความรักเนี่ย เหตุผลอะไรก็ไม่สามารถมาเอาชนะได้

MIXMAYA:อยากให้ฝากถึงคนที่อกหักว่า มีวิธีการแก้ยังไง ?

A.R.T.:มันแล้วแต่สเตจว่าเค้าอยู่ในขั้นไหน และเหตุการณ์ที่เค้าเจอ ผมว่าคำแนะนำมันจะต้อง คัสต้อมมากๆ แต่ที่พูดได้สำหรับทุกคนก็คือ ให้มองโลกในความเป็นจริง คือยอมรับในโลกความเป็นจริงให้ได้ เรื่องของความรักมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับเราคนเดียวน่ะ พอมันมีอีกฝั่งหนึ่งด้วย กลายเป็นว่าพอคิดไม่เหมือนกัน มันก็อยู่เหนืออำนาจในการควบคุมของเรา แต่สิ่งที่อยุ่ในการควบคุมของเราก็คือความคิดของเรามากกว่า

MIXMAYA:ฝากผลงานของตัวเอง

A.R.T.:ฝากอัลบั้ม " ที่แล้ว " ของ ART นะครับ นอกจากว่าจะให้มันเป็นเพลงป๊อปที่มันย้อนฟังได้ มีเนื้อหาที่เข้าถึงได้ง่ายแล้ว ส่วนหนึ่งคือ อยากให้เป็นชุดที่เป็นเพื่อนกับคนที่เศร้า คือเราไม่ได้ไปสอนเค้า แต่ว่าเราอยู่ข้างๆเค้า ยังไงก็ฝากด้วยความ ตั้งใจมาก ตั้งแต่วันแรกที่ทำมาน่าจะถึง 8 ปีได้แล้วนะครับ

 

Comments

askthem

VDO Update

Merigin